เสริมจมูก

04d

1

องค์ประกอบของจมูกที่สำคัญมีอยู่ 2 ส่วน

  1. ส่วนที่เป็นกระดูกแข็ง(bony part) คือส่วนที่ตั้งต้นจากระดับหัวตาลงมาที่บริเวณกึ่งกลางของจมูก หากท่านใช้นิ้วไร้แตะดู จะสัมผัสได้ถึงความแข็งของกระดูก
  2. ส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อของจมูก(cartilage part and soft tissue part) คือ ส่วนที่เป็นบริเวณปลายของจมูก ส่วนนี้ประกอบด้วยกระดูกอ่อน(cartilage) และ เนื้อจมูก (soft tissue) โดยในส่วนของกระดูกอ่อนนี้จะเป็นส่วนที่ทำให้ปลายจมูกกางออกมาเป็นปีกกว้าง หรือหุบลง และหากมองจากทางด้านข้าง ดังรูปที่แสดงไว้ทางด้านซ้าย ส่วนนี้คือส่วนที่เป็นก้นย้อยของจมูก (columella) ซึ่งจะเป็นส่วนที่ทำให้จมูกเชิดขึ้นมากน้อยต่างกัน และถ้าเนื้อจมูกมากก็จะทำให้จมูกแลดูใหญ่และหนา

เพราะฉะนั้น องค์ประกอบของจมูกทั้ง 2 ส่วนจึงเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน ในความเข้าใจของคนทั่วไปมักคิดว่า การเสริมจมูกคือการทำให้มีสันจมูกโด่งขึ้นก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้แลดูสวย ขึ้นแล้ว ในความเป็นจริง การมีสันจมูกที่โด่งอย่างเดียว หรือการมีส่วนปลายจมูกที่สวยได้รูปเพียงอย่างเดียวยังไม่อาจทำให้จมูกนั้นดู สวยสมบูรณ์แบบได้ หน้าที่ของศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญจึงต้องประเมินทั้ง 2 ส่วนนี้ และปรับปรุงแก้ไขให้เสริมรับกัน ความยากง่ายในการทำ เวลาในการทำ ความสวยงามของจมูกที่ออกมามักจะขึ้นกับการตกแต่งในส่วนเนื้อเยื่อ (soft tissue part) เป็นสำคัญ ศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความสามารถและความชำนาญจึงจะสามารถแก้ปัญหาในส่วนของ เนื้อเยื่อ (soft tissue part) เพราะเป็นส่วนที่ตกแต่งได้ยากกว่า

 

แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าศัลยแพทย์ตกแต่งท่านใดมีความชำนาญในเรื่องเสริมและตกแต่งจมูก?
สิ่งที่สำคัญ คือ การได้มีโอกาสปรึกษาและพูดคุยกับแพทย์ก่อนการตัดสินใจ การได้สอบถามรายละเอียดและความเป็นไปได้ในการตกแต่ง รวมทั้งผลที่ควรจะเป็นหลังการผ่าตัดแล้วเป็นหัวใจที่สำคัญ เพราะแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องรายละเอียดของจมูกและรายละเอียด ในเรื่องของโครงหน้าโดยรวมทั้งหมด การตกแต่งจมูกไม่เพียงแต่จะตกแต่งให้จมูกดีขึ้น แต่ยังต้องเข้าได้กับโครงหน้าโดยรวมอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในบางคนอาจมีคางที่สั้นหรือมีมุมคางที่หลบเข้าด้านใน บางครั้งศัลยแพทย์อาจแนะนำให้ต้องเสริมคางด้วย mentoplasty  ศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญจะช่วยวิเคราะห์และแนะนำท่านได้ การได้มีโอกาสดูผลงานของแพทย์ท่านนั้นก็จะทำให้ท่านพอทราบสไตล์การดีไซน์ของ แพทย์ท่านนั้นได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะทำให้น้ำหนักในการเลือกแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดให้ท่านมีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากท่านเคยประสบอุบัติเหตุบริเวณจมูกและใบหน้า ท่านควรเล่าให้แพทย์ฟังโดยละเอียด หรือหากท่านเคยทำการผ่าตัดเสริมแต่งจมูกมาแล้วกี่ครั้ง แล้วเหตุผลที่จำเป็นต้องแก้ไขคืออะไร ท่านควรให้รายละเอียดกับแพทย์ให้มากที่สุดเท่าที่ท่านจะให้ได้

 

การเสริมแต่งจมูกจะทำอย่างไร และวัสดุที่ใช้ในปัจจุบันคืออะไร?
การเสริมแต่งจมูกอาจทำภายใต้การดมยาสลบ (general anesthesia) หรือ การให้ยาชาเฉพาะที่ (local anesthesia) ขึ้นอยู่กับว่า คุณจำเป็นต้องได้รับการตกแต่งมากน้อยแค่ไหน หากตกแต่งมากก็จะต้องใช้เวลานานมาก ซึ่งการใช้ยาชาเฉพาะที่อาจจะไม่เพียงพอ แพทย์จะเปิดแผลเล็กๆประมาณ 1 ซม. ที่รูจมูกด้านในตรงบริเวณก้นย้อยของจมูก และเปิดช่องเข้าไปโดยช่องนั้นจะอยู่ระหว่างกระดูกของจมูกและเนื้อเยื่อผิว หนัง การใส่แกน, การตกแต่งเนื้อเยื่อจมูกให้เล็กลงทำได้โดยผ่านช่องนี้ วัสดุที่ใช้ในปัจจุบันยังคงเป็นซิลิโคนที่เป็น solid stage (เป็นซิลิโคนที่อยู่ในสถานะของแข็ง) ซิลิโคนเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ใช้ในการเสริมจมูกมานานแล้ว และขณะนี้ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ เพราะซิลิโคนมีปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อค่อนข้างน้อย จึงสามารถอยู่กับเนื้อเยื่อจมูกได้นานโดยไม่มีการเสื่อมสลาย และไม่จำเป็นต้องมาถอดซิลิโคนออกเพื่อเปลี่ยนซิลิโคนอันใหม่ทุกๆกี่ปี และแกนจมูกนี้จะอยู่กับเราตลอดไป ซิลิโคนมีความอ่อนแข็งหรือนิ่มหลายระดับ ขึ้นอยู่กับศัลยแพทย์ตกแต่งจะเป็นผู้พิจารณาใช้ชนิดใด

 

การตัดปีกจมูก(alar dissection) ตัดเพื่ออะไร และวิธีการที่ใช้ในปัจจุบันคืออะไร?
ปีกจมูก คือ ส่วนที่เป็นกระดูกอ่อน (cartilage) ของจมูกและกางออกมาเป็นปีก 2 ข้าง ประกอบเป็นส่วนหลังคาของรูจมูก ในบางคนที่ปีกจมูกกว้างเกินไปก็จำเป็นที่จะต้องตัดและตกแต่งใหม่เพื่อให้ได้ สัดส่วนที่สวยงาม การตัดปีกจมูกออกมากน้อยเพียงใด นอกจากจะคำนึงถึงความสวยงามแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสะดวกในการหายใจด้วย เพราะการตัดปีกจมูกออกมากเกินไปจะทำให้รูจมูกเล็กลงมากจนทำให้หายใจได้ลำบาก วิธีการตัดปีกจมูกอาจทำได้ 2 วิธี คือ การตัดจากภายในรูจมูก วิธีนี้จะค่อนข้างยากสำหรับศัลยแพทย์ แต่มีข้อดี คือ จะไม่เห็นรอยแผลเป็น อีกวิธีคือ การตัดที่ภายนอกปีกจมูก วิธีนี้สะดวกในการทำ แต่คนไข้จำเป็นต้องดูแลแผลให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงแผลเป็นในระยะยาว การตัดปีกจากภายในหรือภายนอกขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม

 

อายุเท่าใดจึงทำการเสริมจมูกได้?
ในแต่ละประเทศก็มีมาตรฐานการกำหนดอายุที่ไม่เท่ากัน การเจริญเติบโตเต็มที่ของเด็กที่จะก้าวสู่ผู้ใหญ่ได้เต็มตัวขึ้นอยู่กับ ชาติพันธุ์ พันธุกรรม อาหาร ฯลฯ ซึ่งจะแตกต่างกันไป แต่โดยรวมแล้ว ควรทำในอายุที่มากกว่า 18 ปีในผู้หญิง และมากกว่า 19 ปีในผู้ชาย เพราะในช่วงวัยนี้ การเจริญเติบโตของจมูกน่าจะเต็มที่แล้ว

 

ใช้เวลาในการผ่าตัดนานเท่าใด
เวลาในการผ่าตัดเสริมจมูกแต่ละคนมาเท่ากัน ขึ้นอยู่กับความยากง่าย การตกแต่งมากน้อยเพียงใด ระยะเวลาจะอยู่ประมาณ 1-3 ชม.

 

จะเจ็บมากแค่ไหนหลังการผ่าตัดเสริมจมูก?
เป็นที่น่าแปลกใจว่า การผ่าตัดเสริมและตกแต่งจมูกไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดมากนัก คนไข้ส่วนใหญ่จะใช้เพียงยาแก้ปวดธรรมดาเท่านั้น

 

หลังการผ่าตัดจะมีอาการอย่างไร และจะปฏิบัติตัวอย่างไร?
หลังการผ่าตัด 24-48 ชม. แรกจำเป็นต้องนอนศรีษะสูงและประคบด้วยความเย็นเพื่อลดความบวมบริเวณจมูก หลังจาก 48 ชม.ไปแล้ว จะเปลี่ยนเป็นการประคบด้วยน้ำอุ่นแทน การบวมจะมากที่สุดใน 72 ชม.แรก หลังจากนั้นก็จะค่อยๆยุบลงภายใน 7-10 วัน โดยส่วนใหญ่เมื่อความบวมลดลงแล้ว ผิวบริเวณจมูกจะเปลี่ยนให้เห็นเป็นสีม่วง, สีเขียวและสีเหลืองตามลำดับ และหายไปในที่สุด การบวมมากหรือน้อย และการยุบบวมช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการทำผ่าตัดว่า แพทย์ได้แก้ไขให้มากน้อยเท่าใด โดยมากแพทย์จะนัดตัดไหมที่เย็บไว้ที่จมูกประมาณ 7 วันหลังการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม คนไข้ที่ไม่ได้ทำการแก้ไขมากนักก็มักจะยุบบวมเร็ว และเริ่มเข้าที่ที่ระยะประมาณ 1-3 เดือน และจะยุบเกือบ 100 % ที่ระยะประมาณ 3 เดือน การยุบบวมดังกล่าวเป็นการประมาณการณ์ของคนส่วนใหญ่ ซึ่งท่านอาจจะยุบบวมเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หักโหม หลีกเลี่ยงการถูกกระแทกบริเวณจมูก ในช่วงเดือนแรกๆ การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งที่ท่านจะต้องใส่ใจ เพราะท่านจะได้รับคำแนะนำที่เฉพาะตัว และอาจต้องมีการดูแลที่พิเศษแตกต่างไปจากผู้อื่น

 

ผลในระยะยาวหลังการผ่าตัดจะเป็นอย่างไรในคนไข้ส่วนใหญ่ หากจำเป็นต้องแก้ไขใหม่ ระยะเวลาใดเหมาะสมที่สุด?
คนส่วนใหญ่มักจะคาดหวังให้จมูกสวยเข้าที่อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น แต่ตามธรรมชาติของการยุบบวมและการเข้าที่ของระบบเนื้อเยื่อ หลอดเลือดและระบบน้ำเหลืองของเนื้อเยื่อที่ได้รับการผ่าตัด จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนหรือนานกว่านั้น การจะเห็นรูปทรงของจมูกเข้าที่สวยงามจึงควรจะอยู่ในระยะเวลาที่เกิน 6 เดือนไปแล้ว หรือในบางคนที่ได้รับการตกแต่งแก้ไขมากอาจจะเข้าที่ที่ประมาณ 1 ปี หากจำเป็นต้องมีการแก้ไขใหม่ ระยะเวลาที่เหมาะสม คือ พ้นจาก 6 เดือนไปแล้วในคนไข้ที่ผ่าตัดตกแต่งไม่มากนัก และพ้น 1 ปีไปแล้ว ในคนไข้ที่ผ่าตัดตกแต่งแก้ไขเนื้อเยื่อจมูก (soft tissue),ในคนไข้ที่เป็นจมูกแก้ไขที่เคยทำมาแล้วจากที่อื่น,และในคนไข้ที่เคย ฉีดวัสดุแปลกปลอมมา เรามักพบว่า คนไข้ส่วนใหญ่ที่ใจร้อนและขาดการรอคอยมักจะรบเร้าให้แพทย์ทำการผ่าตัดแก้ไข ใหม่ก่อนเวลาอันสมควร ซึ่งผลของการผ่าตัดแก้ไขใหม่นั้นอาจทำให้ยิ่งแย่ไปกว่าเดิมและเป็นปัญหาที่ แก้ไขได้ยากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ การแก้ไขในเวลาที่เหมาะสมน่าอยู่ในดุลพินิจของแพทย์

 

หากเคยทำจมูกมาแล้วจากที่อื่น หรือเคยฉีดวัสดุแปลกปลอมเข้าไปในจมูก จะทำการแก้ไขได้หรือไม่?
ทั้ง 2 กรณีนี้จัดเป็นงานแก้ไจจมูกทั้งสิ้น ในกรณีที่เคยทำมาแล้ว แพทย์จะดูความเหมาะสมว่าจะแก้ไขให้ได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากศัลยแพทย์ตกแต่งท่านนั้นไม่เคยเห็นโครงสร้างเดิมของท่านมาก่อน การแก้ไขจึงเป็นงานที่ยากขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เพราะการเลาะพังผืดเก่าออกนั้นใช้เวลาในการเลาะค่อนข้างนาน อีกทั้งผลลัพธ์ที่ออกมาอาจไม่ได้ดังที่ควรจะเป็น สำหรับการฉีดวัสดุแปลกปลอมเข้าไปในจมูกนั้น การแก้ไขก็จะยิ่งยากมากขึ้น วัสดุที่คนไข้ได้รับการฉีดมานั้นมักเป็นซิลิโคนเหลวซึ่งค่อนข้างอันตราย เพราะซิลิโคนเหลวจะเข้าไปจับกับเนื้อเยื่อของจมูกและก่อตัวให้เกิดเป็น พังผืดขึ้น ในเวลาต่อมา บางท่านอาจมีการบวมแดง อักเสบ หรือในบางท่าน เนื้อเยื่ออาจจับตัวกันเป็นกลุ่มๆ ทำให้ผิวของจมูกไม่เรียบเป็นตะปุ่มตะป่ำ การเลาะซิลิโคนที่จับตัวกับเนื้อเยื่อแล้วนั้นจะค่อนข้างยากเพราะอยู่ปะปน กันไปหมด ทำให้ยากต่อการเอาซิลิโคนออกให้หมด ผลลัพธ์จากการแก้ไขอาจไม่ได้ดั่งที่คาดหวัง และระยะเวลาในการยุบบวมและการเข้าที่จะเนิ่นนานขึ้น คนไข้ที่เข้ารับการแก้ไขจึงต้องลดความคาดหวังลง และยอมรับในข้อจำกัดของการทำศัลยกรรม หากท่านเป็นคนไข้ในกลุ่มนี้ ก่อนการตัดสินใจ ท่านควรปรึกษาแพทย์และทำความเข้าใจกับผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และผลลัพธ์นั้นไม่สามารถเป็นไปอย่างที่ท่านต้องการได้ทั้งหมด

 

การฉีดสารบางตัว เช่น filler เข้าไปเพื่อเสริมให้จมูกโด่งแทนการทำศัลยกรรมได้หรือไม่?
ขนาดนี้ในท้องตลาดทั่วไปมีวัสดุที่เรียกว่า filler ใช้ในการฉีดเสริมในส่วนต่างๆของผิวหนัง เช่น ฉีดเพื่อรักษาหลุมสิว ฉีดเพื่อรักษาริ้วรอยบริเวณตีนกาและหน้าผาก ฉีดเพื่อเติมเต็มบริเวณร่องแก้ม และ filler บางตัวมีคนใช้เพื่อฉีดเสริมจมูกให้โด่ง วัสดุเหล่านี้ บางชนิดอยู่ในร่างกายได้เพียง 6 เดือนก็จะสลายไป บาง filler เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะอยู่ได้นานถึง 2 ปี ซึ่งหมายความว่า ถ้าท่านใช้ filler ชนิดนี้ฉีดเพื่อเสริมจมูก อีก 2 ปีข้างหน้า ท่านก็ต้องฉีดใหม่ อาจต้องฉีดซ้ำไปเรื่อยๆเพื่อให้คงความโด่งของจมูกไว้ ยกเว้นเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์แบบใหม่ที่อาจทำให้รูปจมูกออกมาใกล้เคียงกับการ ผ่าตัดแต่อาจไม่โด่งเท่าเหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดมากๆ โดยภาพรวมการผ่าตัดเสริมจมูกยังคงมีข้อเด่นกว่า เพราะท่านจะลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่อยู่ได้ตลอดไป

 

ลานนาวดีคลินิกมีบริการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเกรดเอ และฟิลเลอร์ฉีดเสริมจมูก โดยแพทย์ปริญญาเฉพาะทางด้านผิวหนัง แพทย์ศัลยกรรมหู คอ จมูก( ENT) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมใบหน้า ( Facial plastic surgery) ไว้คอยให้คำแนะนำและปรึกษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับท่าน