เสริมจมูก

nose_lannawadee

เกี่ยวกับการ เสริมจมูก ที่ลานนาวดี

ที่ลานนาวดีของเรามีบริการศัลยกรรมเสริมจมูก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำจมูก ที่คลินิกของเราจะเน้นการทำจมูกที่ทรงดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับองค์ประกอบบนใบหน้าของผู้เข้ารับการผ่าตัดเป็นสำคัญนะคะ คุณหมอมักจะเน้นย้ำเสมอ นอกจากนี้แล้วคุณหมอยังได้ไปศึกษาเทคนิคการผ่าตัดจากประเทศสหรัฐอเมริการและประเทศเกาหลี (ประกาศนียบัตร Diploma in Facial plastic surgery , Fourt Luaderdel , USA  และ ประกาศนียบัตรด้าน Expert in Rhinoplasty – เสริมจมูก Seoul Korea) ที่ขึ้นชื่อด้านศัลยกรรมอย่างมาก และนำเอาเทคนิคนี้มาใช้ในการผ่าตัดอีกด้วย ดังนั้นคนไข้สามารถมั่นใจได้ในความปลอดภัยของคลินิกของเราค่ะ

ซิลิโคนที่ทางคลินิกใช้จะมีอยู่หลายเกรดด้วยกัน และเป็นซิลิโคนจากสหัรัฐอเมริกาคะ มีทั้งแบบแข็งแบบนิ่ม แต่ที่ได้รับความนิยมที่สุดก็คือซิลิโคนแบบนิ่ม เพราะสามารถบิดงอได้ และเป็นธรรมชาติ พูดในเรื่องของราคาการเข้ารับการักษาแล้วต้องบอกว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับเกรดของซิลิโคนที่เลือกใช้นะคะ แต่ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการผ่าตัดของคุณหมอ การผ่าตัดที่ยากขึ้นด้วยเทคนิคที่ยากก็เพื่อลดอาการบวมและสร้างบาดแผลให้ตัวคนไข้น้อยที่สุดค่ะ

คลินิกต่างๆและคุณหมอแต่ละท่านจะมีเทคนิคและรูปทรงในการศัลยกรรมตกแต่งกัน มักจะมีลักษณะเด่นของทรงจมูกแตกต่างหรือคลายคลึงกันก็ตามแต่ ทั้งนี้ทั้งนั้นรูปทรงต่างๆที่คุณหมอแต่ละท่านนั้นสามารถดูรูปภาพจากผลงานรีวิวลูกค้าเดิมของคลินิกได้ เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า ลานนาวดีคลินิกยินดีที่จะให้คำปรึกษา คลินิกของเรามีความตั้งใจที่จะทำศัลยกรรมตกแต่งอย่างดีที่สุดเพื่อลูกค้าทุกท่านค่ะ


“ลานนาวดีคลินิกมีบริการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนอย่างดีและฟิลเลอร์ฉีดเสริมจมูก
โดยแพทย์ปริญญาเฉพาะทางด้านผิวหนัง แพทย์ศัลยกรรมหู คอ จมูก( ENT)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมใบหน้า ( Facial plastic surgery)
ไว้คอยให้คำแนะนำและปรึกษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับท่าน”

>>ดู Review การเสริมจมูกของเราลานนาวดี<<

 

องค์ประกอบของจมูกที่สำคัญมีอยู่ 2 ส่วน
1.ส่วนที่เป็นกระดูกแข็ง(bony part)
คือส่วนที่ตั้งต้นจากระดับหัวตาลงมาที่บริเวณกึ่งกลางของจมูก หากท่านใช้นิ้วไร้แตะดู จะสัมผัสได้ถึงความแข็งของกระดูก
2.ส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อของจมูก(cartilage part and soft tissue part)
คือ ส่วนที่เป็นบริเวณปลายของจมูก ส่วนนี้ประกอบด้วยกระดูกอ่อน(cartilage) และ เนื้อจมูก (soft tissue) โดยในส่วนของกระดูกอ่อนนี้จะเป็นส่วนที่ทำให้ปลายจมูกกางออกมาเป็นปีกกว้าง หรือหุบลง และหากมองจากทางด้านข้าง ดังรูปที่แสดงไว้ทางด้านซ้าย ส่วนนี้คือส่วนที่เป็นก้นย้อยของจมูก (columella) ซึ่งจะเป็นส่วนที่ทำให้จมูกเชิดขึ้นมากน้อยต่างกัน และถ้าเนื้อจมูกมากก็จะทำให้จมูกแลดูใหญ่และหนา
เพราะฉะนั้น องค์ประกอบของจมูกทั้ง 2 ส่วนจึงเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน ในความเข้าใจของคนทั่วไปมักคิดว่า การเสริมจมูกคือการทำให้มีสันจมูกโด่งขึ้นก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้แลดูสวย ขึ้นแล้ว ในความเป็นจริง การมีสันจมูกที่โด่งอย่างเดียว หรือการมีส่วนปลายจมูกที่สวยได้รูปเพียงอย่างเดียวยังไม่อาจทำให้จมูกนั้นดู สวยสมบูรณ์แบบได้ หน้าที่ของศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญจึงต้องประเมินทั้ง 2 ส่วนนี้ และปรับปรุงแก้ไขให้เสริมรับกัน ความยากง่ายในการทำ เวลาในการทำ ความสวยงามของจมูกที่ออกมามักจะขึ้นกับการตกแต่งในส่วนเนื้อเยื่อ (soft tissue part) เป็นสำคัญ ศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความสามารถและความชำนาญจึงจะสามารถแก้ปัญหาในส่วนของ เนื้อเยื่อ (soft tissue part) เพราะเป็นส่วนที่ตกแต่งได้ยากกว่า


เราจะทราบได้อย่างไรว่าศัลยแพทย์ตกแต่งท่านใดมีความชำนาญในเรื่องเสริมและตกแต่งจมูก

สิ่งที่ควรจะทำก่อนการเข้ารับการเสริมจมูกคือการเข้าพูดคุยปรึกษากับแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและสอบถามถึงรายละเอียดความเป็นไปได้ในการผ่าตัด ซึ่งการเสริมจมูกนั้นบางรูปทรงอาจจะต้องดูในเรื่องของโครงหน้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในบางกรณีที่มีคางสั้นแพทย์อาจจะแนะนำให้เสริมคางด้วยเพื่อความสมบูรณ์ของใบหน้า ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถช่วยวิเคราะห์และแนะนำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนอกจากการพูดคุยแล้วเราจะสามารถหาผลงานของแพทย์ตามสื่อต่างๆของคลินิกได้ เพื่อพิจารณารูปแบบการออกแบบทรงของจมูกของแพทย์ท่านนั้นได้ ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการเลือกแพทย์ที่จะทำการผ่านตัด อย่างไรก็ตามหากว่าท่านเคยเสริมเติมแต่งเช่น ฉีด filler หรือเสริมจมูกมาก่อน หรือได้รับอุบัติเหตุบริเวณจมูกและใบหน้า ก็ควรจะแจ้งแพทย์ให้ทราบหรือแจ้งเหตุผลของการเข้ารับการแก้ไขด้วย เพื่อแพทย์จะได้ทำปรับปรุงหรือใช้เทคนิคเพื่อให้การผ่านตัดออกมาดีที่สุด ดู Review การเสริมจมูกของเราลานนาวดี


การเสริมแต่งจมูกจะทำอย่างไร และวัสดุที่ใช้ในปัจจุบันคืออะไร ?

ที่คลินิกของลานนาวดีจะใช้วิธีการให้ยาชาเฉพาะที่ขึ้นอยู่กับว่า ซึ่งการใช้ยาชาเฉพาะที่อาจจะไม่เพียงพอ แพทย์จะเปิดแผลเล็กๆประมาณ 1 ซม. ที่รูจมูกด้านในตรงบริเวณก้นย้อยของจมูก และเปิดช่องเข้าไปโดยช่องนั้นจะอยู่ระหว่างกระดูกของจมูกและเนื้อเยื่อผิว หนัง การใส่แกน, การตกแต่งเนื้อเยื่อจมูกให้เล็กลงทำได้โดยผ่านช่องนี้ วัสดุที่ลานนาวดีใช้คือซิลิโคนเกรดพิเศษจากสหรัฐอเมริการ ซึ่งเป็นซิลิโคนแบบนิ่มและขณะนี้เป็นที่นิยมอย่างมากเพราะความนิ่มของตัวซิลิโคน

การตัดปีกจมูก(alar dissection) ตัดเพื่ออะไร และวิธีการที่ใช้ในปัจจุบันคืออะไร?
ในบางเคสที่มีทรงจมูกใหญ่ อาจจะต้องทำการตัดปีกจมูกออกเพื่อความสวยงามของรูปทรงจมูก ปีกจมูกคือส่วนกระดูกอ่อนของจมูกและกางออกเป็นเหมือนหลังคาของรูจมูกนั้นเอง การตัดปีกจมูกนั้นอาจทำได้ 2 วิธี คือ การตัดภายในรูจมูก และการตัดที่ภายนอกปีกจมูก หลังการผ่านตัดแล้วคนไข้จำเป็นต้องรักษาตัวและดูแลรอยแผลให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดแผลเป็น การตัดปีกจมูกนั้นแพทย์จะเป็นผู้แนะนำวิธีการที่เหมาะสมให้กับผู้รักษาแต่ละราย

อายุเท่าใดจึงทำการเสริมจมูกได้?
สำหรับการเสริมจมูกนั้น สำหรับผู้หญิงควรจะอายุ 18 ปีขึ้นไป และ 19 ปีในผู้ชาย เพราะทางการแพทย์แล้วถึงว่าช่วงวัยดังกล่าว การเจริญเติบโตของจมูกน่าจะคงที่แล้ว

ใช้เวลาในการผ่าตัดนานเท่าใด
ขึ้นอยู่กับความยากงานในการผ่าตัด ที่ลานนาวดีคลินิกด้วยเทคนิคพิเศษในการผ่าตัดจากเกาหลี เราใช้เวลาการผ่านตัดเสริมจมูกสำหรับผู้ที่ไม่เคยทำอะไรกับจมูกมาก่อนเพียงประมาณ 30-45 นาที ส่วนสำหรับผู้ที่แก้จมูกหรือผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อนนั้นอาจจะใช้เวลามากขึ้นเพราะมีขั้นตอนการผ่าตัดที่มากขึ้น ประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที

จะเจ็บมากแค่ไหนหลังการผ่าตัดเสริมจมูก?
การผ่าตัดจมูกไม่ได้ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดหรือบวมมากนัก ซึ่งโดยส่วนมากจะรับประทานยาแก้ปวดเพียง 1 วันเท่านั้น ส่วนอาการบวมนั้นในบางรายอาจจะใช้เวลาในการรักษาตัวเร็ว แต่บางรายอาจจะใช้เวลาในการรักษาตัวนานกว่า ขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของผู้เข้ารับการผ่าตัด ภายหลังการรักษา 7 วันแพทย์ก็จะนัดมาทำการตัดไหมออกและดูอาการ ไม่ต้องกังวลมากนักเกี่ยวกับอาการปวดบวมจำไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะการผ่าตัดส่วนนี้จะแสดงอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในช่วงแรก

หลังการผ่าตัดจะมีอาการอย่างไร และจะปฏิบัติตัวอย่างไร?
หลังการผ่าตัด 24-48 ชม. แรกจำเป็นต้องนอนศรีษะสูงและประคบด้วยความเย็นเพื่อลดความบวมบริเวณจมูก หลังจาก 48 ชม.ไปแล้ว จะเปลี่ยนเป็นการประคบด้วยน้ำอุ่นแทน การบวมจะมากที่สุดใน 72 ชม.แรก หลังจากนั้นก็จะค่อยๆยุบลงภายใน 7-10 วัน โดยส่วนใหญ่เมื่อความบวมลดลงแล้ว ผิวบริเวณจมูกจะเปลี่ยนให้เห็นเป็นสีม่วง, สีเขียวและสีเหลืองตามลำดับ และหายไปในที่สุด การบวมมากหรือน้อย และการยุบบวมช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการทำผ่าตัดว่า แพทย์ได้แก้ไขให้มากน้อยเท่าใด โดยมากแพทย์จะนัดตัดไหมที่เย็บไว้ที่จมูกประมาณ 7 วันหลังการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม คนไข้ที่ไม่ได้ทำการแก้ไขมากนักก็มักจะยุบบวมเร็ว และเริ่มเข้าที่ที่ระยะประมาณ 1-3 เดือน และจะยุบเกือบ 100 % ที่ระยะประมาณ 3 เดือน การยุบบวมดังกล่าวเป็นการประมาณการณ์ของคนส่วนใหญ่ ซึ่งท่านอาจจะยุบบวมเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หักโหม หลีกเลี่ยงการถูกกระแทกบริเวณจมูก ในช่วงเดือนแรกๆ การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งที่ท่านจะต้องใส่ใจ เพราะท่านจะได้รับคำแนะนำที่เฉพาะตัว และอาจต้องมีการดูแลที่พิเศษแตกต่างไปจากผู้อื่น

ผลในระยะยาวหลังการผ่าตัดจะเป็นอย่างไรในคนไข้ส่วนใหญ่ หากจำเป็นต้องแก้ไขใหม่ ระยะเวลาใดเหมาะสมที่สุด?
คนส่วนใหญ่มักจะคาดหวังให้จมูกสวยเข้าที่อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น แต่ตามธรรมชาติของการยุบบวมและการเข้าที่ของระบบเนื้อเยื่อ หลอดเลือดและระบบน้ำเหลืองของเนื้อเยื่อที่ได้รับการผ่าตัด จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนหรือนานกว่านั้น การจะเห็นรูปทรงของจมูกเข้าที่สวยงามจึงควรจะอยู่ในระยะเวลาที่เกิน 6 เดือนไปแล้ว หรือในบางคนที่ได้รับการตกแต่งแก้ไขมากอาจจะเข้าที่ที่ประมาณ 1 ปี หากจำเป็นต้องมีการแก้ไขใหม่ ระยะเวลาที่เหมาะสม คือ พ้นจาก 6 เดือนไปแล้วในคนไข้ที่ผ่าตัดตกแต่งไม่มากนัก และพ้น 1 ปีไปแล้ว ในคนไข้ที่ผ่าตัดตกแต่งแก้ไขเนื้อเยื่อจมูก (soft tissue),ในคนไข้ที่เป็นจมูกแก้ไขที่เคยทำมาแล้วจากที่อื่น,และในคนไข้ที่เคย ฉีดวัสดุแปลกปลอมมา เรามักพบว่า คนไข้ส่วนใหญ่ที่ใจร้อนและขาดการรอคอยมักจะรบเร้าให้แพทย์ทำการผ่าตัดแก้ไข ใหม่ก่อนเวลาอันสมควร ซึ่งผลของการผ่าตัดแก้ไขใหม่นั้นอาจทำให้ยิ่งแย่ไปกว่าเดิมและเป็นปัญหาที่ แก้ไขได้ยากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ การแก้ไขในเวลาที่เหมาะสมน่าอยู่ในดุลพินิจของแพทย์

หากเคยทำจมูกมาแล้วจากที่อื่น หรือเคยฉีดวัสดุแปลกปลอมเข้าไปในจมูก จะทำการแก้ไขได้หรือไม่?
ทั้ง 2 กรณีนี้จัดเป็นงานแก้ไจจมูกทั้งสิ้น ในกรณีที่เคยทำมาแล้ว แพทย์จะดูความเหมาะสมว่าจะแก้ไขให้ได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากศัลยแพทย์ตกแต่งท่านนั้นไม่เคยเห็นโครงสร้างเดิมของท่านมาก่อน การแก้ไขจึงเป็นงานที่ยากขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เพราะการเลาะพังผืดเก่าออกนั้นใช้เวลาในการเลาะค่อนข้างนาน อีกทั้งผลลัพธ์ที่ออกมาอาจไม่ได้ดังที่ควรจะเป็น สำหรับการฉีดวัสดุแปลกปลอมเข้าไปในจมูกนั้น การแก้ไขก็จะยิ่งยากมากขึ้น วัสดุที่คนไข้ได้รับการฉีดมานั้นมักเป็นซิลิโคนเหลวซึ่งค่อนข้างอันตราย เพราะซิลิโคนเหลวจะเข้าไปจับกับเนื้อเยื่อของจมูกและก่อตัวให้เกิดเป็น พังผืดขึ้น ในเวลาต่อมา บางท่านอาจมีการบวมแดง อักเสบ หรือในบางท่าน เนื้อเยื่ออาจจับตัวกันเป็นกลุ่มๆ ทำให้ผิวของจมูกไม่เรียบเป็นตะปุ่มตะป่ำ การเลาะซิลิโคนที่จับตัวกับเนื้อเยื่อแล้วนั้นจะค่อนข้างยากเพราะอยู่ปะปน กันไปหมด ทำให้ยากต่อการเอาซิลิโคนออกให้หมด ผลลัพธ์จากการแก้ไขอาจไม่ได้ดั่งที่คาดหวัง และระยะเวลาในการยุบบวมและการเข้าที่จะเนิ่นนานขึ้น คนไข้ที่เข้ารับการแก้ไขจึงต้องลดความคาดหวังลง และยอมรับในข้อจำกัดของการทำศัลยกรรม หากท่านเป็นคนไข้ในกลุ่มนี้ ก่อนการตัดสินใจ ท่านควรปรึกษาแพทย์และทำความเข้าใจกับผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และผลลัพธ์นั้นไม่สามารถเป็นไปอย่างที่ท่านต้องการได้ทั้งหมด

การฉีดสารบางตัว เช่น filler เข้าไปเพื่อเสริมให้จมูกโด่งแทนการทำศัลยกรรมได้หรือไม่?
ขนาดนี้ในท้องตลาดทั่วไปมีวัสดุที่เรียกว่า filler ใช้ในการฉีดเสริมในส่วนต่างๆของผิวหนัง เช่น ฉีดเพื่อรักษาหลุมสิว ฉีดเพื่อรักษาริ้วรอยบริเวณตีนกาและหน้าผาก ฉีดเพื่อเติมเต็มบริเวณร่องแก้ม และ filler บางตัวมีคนใช้เพื่อฉีดเสริมจมูกให้โด่ง วัสดุเหล่านี้ บางชนิดอยู่ในร่างกายได้เพียง 6 เดือนก็จะสลายไป บาง filler เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะอยู่ได้นานถึง 2 ปี ซึ่งหมายความว่า ถ้าท่านใช้ filler ชนิดนี้ฉีดเพื่อเสริมจมูก อีก 2 ปีข้างหน้า ท่านก็ต้องฉีดใหม่ อาจต้องฉีดซ้ำไปเรื่อยๆเพื่อให้คงความโด่งของจมูกไว้ ยกเว้นเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์แบบใหม่ที่อาจทำให้รูปจมูกออกมาใกล้เคียงกับการ ผ่าตัดแต่อาจไม่โด่งเท่าเหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดมากๆ โดยภาพรวมการผ่าตัดเสริมจมูกยังคงมีข้อเด่นกว่า เพราะท่านจะลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่อยู่ได้ตลอดไป