คลินิกปรับรูปหน้า (Facial Contouring Clinic) คือ สถานพยาบาลเสริมความงามที่เน้นการทำหัตถการเพื่อ “แก้ไข แก้จุดบกพร่อง หรือเสริมโครงสร้างใบหน้า” ให้ได้รูปทรงที่สวยงาม สมดุล และรับกับบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การผ่าตัดศัลยกรรมเท่านั้น แต่รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและสารฉีดเติมเต็มต่าง ๆ เพื่อให้ดูดีและสวยขึ้น
ใบหน้าของคนเราประกอบด้วย 4 ชั้นผิวหลักที่คลินิกจะเข้าไปจัดการ ได้แก่:
• ชั้นกระดูก: แก้ไขส่วนที่ยุบตัวตามวัย หรือเสริมส่วนที่ขาด (เช่น คางสั้น, ขมับตอบ)
• ชั้นไขมัน: จัดการกับไขมันส่วนเกิน (เช่น แก้มเยอะ, เหนียง) หรือเติมไขมันในจุดที่ฝ่อตัว
• ชั้นกล้ามเนื้อ: ปรับขนาดกล้ามเนื้อที่ทำงานมากเกินไปจนหน้าดูเหลี่ยมหรือกว้าง
• ชั้นผิวหนัง: แก้ไขความหย่อนคล้อยและริ้วรอยเพื่อให้กรอบหน้าชัดเจน
มักจะแบ่งวิธีการรักษาเป็น 2 กลุ่มใหญ่:
• แบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-Invasive / Minimally Invasive):
• การฉีด (Injectables): เช่น ฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเติมเต็ม, ลดริ้วรอย ลดกราม/ลิฟท์หน้า และเมโสแฟต (Mesofat) เพื่อสลายไขมัน
• การใช้เครื่องมือยกกระชับ (Energy Devices): เช่น Ultherapy, Thermage หรือ HIFU ที่ใช้คลื่นเสียงหรือวิทยุลงไปดึงกระชับผิวชั้นลึก
• การร้อยไหม (Thread Lift): การใช้ไหมละลายดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นทันที
• แบบผ่าตัด (Surgical):
• การทำศัลยกรรมคาง, การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม หรือการดูดไขมันเหนียง
ทำไมคนถึงเดินเข้าคลินิกปรับรูปหน้า? มักมีเป้าหมายหลัก ๆ ดังนี้:
• V-Shape / L-Shape: ปรับหน้าให้เรียวเล็ก หรือเน้นกรอบหน้า (Jawline) ให้ชัดดูคมแบบสายฝอ
• Anti-Aging: ปรับหน้าให้ดูเด็กลง แก้ไขความหย่อนคล้อยที่เกิดจากวัย
• Facial Design: ปรับแก้สัดส่วนใบหน้าตามหลัก “Golden Ratio” (สัดส่วนทองคำ) เช่น หน้าผาก คาง และจมูก ต้องรับกัน
• Correction: แก้ไขใบหน้าสองข้างที่ไม่เท่ากัน (Asymmetry)
ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะมองหาคำค้นหาเหล่านี้ คุณควรขยี้ปัญหาให้ชัดเจน:
• ปัญหา “หน้าบาน-กรามใหญ่”: แยกให้ลูกค้าดูออกว่าเกิดจากอะไร? (กล้ามเนื้อกรามใหญ่ / กระดูกกรามกว้าง / หรือไขมันแก้มเยอะ) เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด เช่น ฉีดโบ vs Mesofat
• ปัญหา “หน้าหย่อนคล้อย-ดูเหนื่อยล้า”: อธิบายเรื่องร่องลึกที่ทำให้ดูแก่กว่าวัย เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา และการใช้เครื่องยกกระชับมาช่วย “กู้คืน” ความสดใส
• ปัญหา “กรอบหน้าไม่ชัด-หน้าไม่มีมิติ”: เช่น คางสั้น ขมับบุ๋ม ซึ่งทำให้ถ่ายรูปไม่สวย (Photogenic) การเติม Filler จะช่วยสร้างแสงและเงาให้ใบหน้าดูมีมิติขึ้นทัน
1. กลุ่มงานฉีดเพื่อปรับโครงสร้าง (The Essentials)
ยังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล แต่มีการเปลี่ยนเทคนิคให้ดูละมุนขึ้น:
•ฉีดโบ : ไม่ได้มีไว้แค่ลดริ้วรอย แต่เน้นการ “Office Lift” หรือการฉีดลิฟต์กรอบหน้าให้ดูคมชัด และการฉีดลดกรามเพื่อให้หน้าดู V-Shape แบบไม่แข็งทื่อ
• Dermal Fillers (สารเติมเต็ม): เทรนด์ตอนนี้คือการเติมเพื่อ “Refine” เฉพาะจุด เช่น ฟิลเลอร์คางเพื่อให้หน้าดูยาวขึ้นอย่างสมดุล หรือฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อลดความเหนื่อยล้า (SkinVive™ หรือกลุ่ม Injectable Hydration กำลังมาแรงมาก)
2. กลุ่มงานกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulators) – Hot Trend!
นี่คือเทรนด์ใหญ่ของปี 2026 คือการ “สร้างผิวใหม่จากภายใน” แทนที่จะแค่เติมเข้าไป:
• Sculptra / Juvelook / Radiesse: เป็นกลุ่มสารฉีดกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง ช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบแบบธรรมชาติ ผิวแน่นขึ้น และผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 2 ปี
• Exosome Therapy: การใช้สารสกัดเข้มข้นจากเซลล์เพื่อซ่อมแซมผิวระดับโมเลกุล ช่วยเรื่องรูขุมขน ความเนียนใส และการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน
3. กลุ่มยกกระชับด้วยเครื่อง (Energy-Based Devices)
สำหรับคนที่กลัวเข็มหรือไม่ต้องการให้มีรอยช้ำ:
• Ultherapy & Ultraformer MPT: เน้นการยกกระชับชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่หมอผ่าตัดดึงหน้า) เห็นผลชัดเจนเรื่องเหนียงและแก้มห้อย
• Thermage FLX / Oligio: เน้นการสลายไขมันสะสมบนใบหน้าและทำให้ผิวที่ย้วย “หดกระชับ” เข้ามามากขึ้น เหมาะกับคนมีแก้มเยอะ
• Potenza / Sylfirm X: นวัตกรรม Microneedling RF ที่ช่วยทั้งเรื่องยกกระชับและรักษาปัญหาผิว (รอยสิว ฝ้า กระ) ในเครื่องเดียว
4. กลุ่มงานผิวใส (Skin Boosters & Glow)
เทรนด์ผิวหน้าต้อง “Glass Skin” หรือผิวที่ดูฉ่ำวาวสุขภาพดี:
• Rejuran / PN Injections: การใช้สารสกัดจาก DNA ปลาแซลมอนเพื่อซ่อมแซมผิวหนังชั้นกำพร้า ทำให้ผิวเงาและรูขุมขนเล็กลง
• Meso Fat : สูตรใหม่ๆ เน้นการสลายไขมันที่ “ไม่แสบ ไม่บวม” สามารถใช้ชีวิตต่อได้ทันทีหลังฉีด
5. เทรนด์ใหม่: Wellness & Hybrid Procedures
• Body Contouring Synergy: การทำหัตถการหน้าไปพร้อมกับการดูแลรูปร่าง เช่น การใช้ยาในกลุ่ม GLP-1 (ลดน้ำหนัก) ควบคู่กับการยกกระชับหน้าเพื่อป้องกันหน้าตอบจากการลดน้ำหนักเร็วเกินไป
• งดกลุ่มยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก (7-14 วันก่อนทำ): *
• กลุ่มอาหารเสริม: วิตามิน E, น้ำมันปลา (Fish Oil), สารสกัดจากแปะก๊วย, โสม, กระเทียมอัดเม็ด
• งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ (อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง): เพราะส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและทำให้แผลหายช้าลง
• งดการผลัดเซลล์ผิวหรือแว็กซ์ขน: เลี่ยงการทำ Laser หน้า, การใช้กรดผลไม้ (AHA/BHA) หรือการสครับหน้าอย่างรุนแรง 3 วันก่อนทำ เพื่อป้องกันผิวระคายเคือง
• แจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียด: โดยเฉพาะโรคประจำตัว การแพ้ยา หรือประวัติการเกิดเริม (Cold Sores) ในบริเวณที่จะทำ
• การพักผ่อน: ควรนอนหลับให้เพียงพอและดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อให้เซลล์ผิวมีความชุ่มชื้นพร้อมรับการฉีดหรือยกกระชับ MEDA
A. กลุ่มงานฉีด (ฉีดโบ, Filler, Skin Booster)
• ช่วง 4 ชั่วโมงแรก: ห้ามนอนราบหรือก้มหน้า เพื่อป้องกันการไหลของยาไปผิดจุด
• ช่วง 24 ชั่วโมงแรก: งดการออกกำลังกายหนักๆ และงดการแต่งหน้า (ถ้าเป็นไปได้) เพื่อเลี่ยงเชื้อโรคเข้าสู่รอยเข็ม
• ช่วง 48 ชั่วโมงแรก: งดดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เลือดสูบฉีดจนรอยเข็มบวมเขียวมากขึ้น
• การประคบ: หากมีรอยช้ำ ให้ประคบเย็นใน 48 ชม. แรก หลังจากนั้นถ้ายังช้ำอยู่ให้ประคบอุ่น
• ข้อห้ามสำคัญสำหรับ Filler: งดเข้าซาวน่า หรืออบไอน้ำ 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วหรือเคลื่อนที่ได้
B. กลุ่มเครื่องยกกระชับ (Ultherapy, HIFU, Thermage)
• เน้นการบำรุง: ผิวหลังทำเครื่องมักจะแห้งกว่าปกติ ควรเน้นทามอยส์เจอไรเซอร์ที่เข้มข้น
• ป้องกันแสงแดด: ผิวจะไวต่อแสงแดดชั่วคราว ควรทาครีมกันแดด SPF 50+ PA++++ ทุกวัน
• เลี่ยงความร้อนสูง: งดการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดในช่วง 1 สัปดาห์แรก
C. กลุ่มงานร้อยไหม
• งดการอ้าปากกว้าง: เช่น การทำฟัน การหาวกว้างๆ หรือการเคี้ยวอาหารเหนียว/แข็ง ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันไหมหลุดจากตำแหน่ง
• นอนหนุนหมอนสูง: ช่วยลดอาการบวมในช่วง 2-3 วันแรกได้ดี
• ❌ ของต้องห้าม (2 สัปดาห์): * อาหารสุกๆ ดิบๆ (เสี่ยงติดเชื้อ)
• อาหารรสจัด/ของหมักดอง (ทำให้หน้าบวมน้ำมากขึ้น)
• อาหารที่ต้องหน้าเตาร้อนๆ (เช่น หมูกระทะ/ชาบู) เพราะความร้อนส่งผลต่อฟิลเลอร์
• ✅ อาหารแนะนำ:
• น้ำมะพร้าว/ใบบัวบก: ช่วยลดอาการบวมและฟกช้ำจากภายใน
• โปรตีนคุณภาพดี: ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อหลังการทำหัตถการ
ดร.นพ.ธีรศักดิ์ แพทยาดิกุล
Dr.Teerasak Pattayadeekul
อาจารย์พิเศษ Dermatology and Regenerative medicine สำนักเวชศาสตรชะลอวัย ม.แม่ฟ้าหลวง / แพทย์ปริญญาเอก สาขา ผิวหนัง ศัลยกรรมผิวหนัง/เลเซอร์/ความงาม
พญ.ทวีพร ตรีประภากร
Dr.Thaweeporn Treepraphakorn
แพทย์สาขาศัลยกรรมความงาม/เลเซอร์/ปลูกผม
แพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (ABHRS)
“ลานนาวดีคลินิก” คลินิกศัลยกรรมตกแต่งความงาม โดยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การันตีจบเฉพาะทางด้าน ศัลยกรรมความงาม (Cosmetic Surgery) จากอเมริกาและเกาหลี เทคโนโลยีอันทันสมัยครบวงจร เพื่อให้คุณได้สวยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างมั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์หลังเข้ารับบริการ
สาขา โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
206/17 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Tel.053-230258 /062-3103799 /062-3103800
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา เชียงใหม่
เลขที่ 574 ถนน เชียงใหม่-ลำปาง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา พัทยา
194/5-6 ถนนพัทยากลาง อำเภอางละมุง เทศบาลเมืองชลบุรี 20150
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา ภูเก็ต
92 54-55 ถ. เทพกระษัตรี ตำบล เกาะแก้ว เมืองภูเก็ต 83000 Tel.082-1037758
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา กรุงเทพ ดอนเมือง
161/6 ซอยวิภาวดีรังสิต 33 แขวงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
Tel.093-1315596
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.