ฉีดไขมัน กับ ฉีดฟิลเลอร์ อันไหนดูเป็นธรรมชาติ ?
ฉีดไขมัน กับ ฉีดฟิลเลอร์ อันไหนดูเป็นธรรมชาติ ? : โดยรวมแล้ว “ดูเป็นธรรมชาติ” ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่าเลือก ฉีดไขมัน หรือ ฉีดฟิลเลอร์ อย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับเทคนิคแพทย์ ปริมาณที่ใช้ และสภาพหน้าของแต่ละคนด้วย
ระหว่าง ‘ฉีดไขมันตัวเอง’ กับ ‘ฉีดฟิลเลอร์’ แบบไหนดูเป็นธรรมชาติกว่ากัน? คำถามยอดฮิต ที่คนตัดสินใจไม่ตกเพราะทั้งสองอย่างช่วยเติมเต็มใบหน้าได้เหมือนกัน แต่ให้ผลลัพธ์และความรู้สึกที่ต่างกันในระยะยาว
ถ้าถามว่า “แบบไหนดูเป็นธรรมชาติกว่า?” คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ: ขึ้นอยู่กับ “ตำแหน่ง” ที่เติมแต่ถ้าจะเจาะลึกเพื่อช่วยในการตัดสินใจ นี่คือข้อเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดที่สุด
ระหว่าง ฉีดไขมัน กับ ฉีดฟิลเลอร์ อันไหนดูเป็นธรรมชาติ ?
การฉีดไขมันตัวเอง (Fat Grafting)
คือกระบวนการย้ายเซลล์ไขมันจากบริเวณที่มีไขมันส่วนเกิน (เช่น หน้าท้อง ต้นขา) มาเติมเต็มในส่วนที่ขาดบนใบหน้า
ขั้นตอนเชิงเทคนิค :
1. Extraction: การดูดไขมันออกมาโดยใช้แรงดันต่ำ เพื่อไม่ให้เซลล์ไขมันแตกสลาย
2. Processing: นำไขมันที่ได้เข้ากระบวนการปั่นแยก (Centrifuge) หรือการกรอง เพื่อแยกเอาเลือด น้ำเหลือง และไขมันที่เสียออก ให้เหลือเฉพาะ “เซลล์ไขมันที่แข็งแรง” และ “Stem Cell”
3. Injection: การฉีดกลับเข้าไปยังใบหน้า โดยใช้เทคนิค Micro-fat หรือ Nano-fat (ฉีดปริมาณน้อยๆ กระจายหลายชั้นผิว) เพื่อให้เลือดมาเลี้ยงเซลล์ไขมันได้ทั่วถึง
ใครเหมาะกับการฉีดไขมันหน้าเด็ก?
- ฉีดไขมันหน้าผาก
ตอบโจทย์เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าผากแบน หน้าผากตัด ทำให้ใบหน้าดูแข็ง สามารถฉีดไขมันหน้าผากเพื่อปรับรูปหน้าให้หน้าผากโหนกนูนมากขึ้น เพิ่มมิติให้ใบหน้า ทำให้ curve ของใบหน้าชัดขึ้น ปรับโหงวเฮ้งให้ดีขึ้น รับทรัพทย์ นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยลึก ริ้วรอยถาวรบริเวณหน้าผากได้อีกด้วย - ฉีดไขมันขมับ
เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาขมับบุ๋ม ขมับยุบ ขมับตอบ ทำให้โหนกแก้มดูเด่น รูปหน้าไม่หวาน การฉีดไขมันขมับจะช่วยปรับรูปหน้าให้สมูทมากขึ้น เมื่อขมับเต็มจะทำให้ใบหน้าหวานขึ้น ลดความเด่นของโหนกแก้มได้ - ฉีดไขมันแก้มตอบ
ปัญหาแก้มตอบ เป็นสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย และดูโทรม การฉีดไขมันตรงบริเวณที่มีปัญหาแก้มตอบ จะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูสมูทขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าดูเด็กและอิ่มฟูมากขึ้น - ฉีดไขมันใต้ตา
เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาร่องใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ มีริ้วรอยเล็กๆใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูโทรมและมีอายุ แต่งหน้ายาก แป้งตกร่อง การฉีดไขมันใต้ตาจะช่วยทำให้ร่องใต้ตาตื้นขึ้น เต็มขึ้น และช่วยปรับสีผิวใต้ตาที่คล้ำให้ดูดีขึ้น หลังฉีดไขมันใต้ตาใบหน้าจะดูสดใส อ่อนเยาว์ - ฉีดไขมันร่องแก้ม
เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาร่องลึกตามแนวปีกจมูกถึงมุมปาก มักจะพบในคนที่มีอายุมาก แสดงสีหน้าบ่อย ทำให้เกิดเป็นร่องแก้มแบบถาวร ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ แก้ไขได้ด้วยการฉีดไขมันเติมเต็มร่องแก้ม ช่วยแก้ปัญหานี้ได้
ข้อดีของการฉีดไขมันตัวเอง
1. ปลอดภัยสูงสุด ไร้สารแปลกปลอม (Biocompatibility)
เนื่องจากวัสดุที่ใช้เติมเต็มคือ “เนื้อเยื่อของตัวเอง” ร่างกายจึงไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน (Rejection) หรือการแพ้สารเติมเต็ม ซึ่งต่างจากฟิลเลอร์ที่เป็นสารสังเคราะห์ แม้จะปลอดภัยแต่ก็ยังมีโอกาสแพ้ในบางราย
2. ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ทั้งสัมผัสและการขยับ
• เนื้อสัมผัส: เมื่อไขมันเซตตัวแล้ว จะมีความนิ่มและยืดหยุ่นเหมือนไขมันบนหน้าตามธรรมชาติ 100% ไม่เป็นก้อนแข็งเวลาคลำ
• การแสดงอารมณ์: เวลาพูดยิ้ม หรือหัวเราะ ไขมันจะขยับตามกล้ามเนื้อใบหน้าได้อย่างสมูท ไม่ดูตึงหรือเป็นลำเหมือนการฉีดฟิลเลอร์ที่ผิดเทคนิค
3. ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว (Regenerative Power)
• ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบริเวณที่ฉีด
• ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
• ทำให้ผิวพรรณดูสดใส ฉ่ำวาว และรูขุมขนดูเล็กลง (Skin Rejuvenation)
4. ผลลัพธ์คงอยู่ถาวร (Permanent Result)
ต่างจากฟิลเลอร์ที่สลายไปตามกาลเวลา ไขมันส่วนที่ “ติด” (คือมีเส้นเลือดมาเลี้ยงสำเร็จหลังจากผ่านไป 3-6 เดือน) จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายคุณไปตลอดกาล จะเพิ่มหรือลดขนาดตามน้ำหนักตัวจริงของคุณ
5. แก้ปัญหาได้ครอบคลุมและคุ้มค่า (High Volume)
• เติมได้เยอะ: เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าตอบเบ้าตาลึก หรือแก้มตอบมาก ๆ ซึ่งหากใช้ฟิลเลอร์อาจต้องใช้จำนวนมาก (10-20 หลอด) ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงมาก
• 2 in 1: ได้ประโยชน์สองต่อ คือการ “กำจัดไขมันส่วนเกิน” ในจุดที่ไม่ต้องการ (หน้าท้อง, ต้นขา) เพื่อนำมา “เติมเต็ม” ในจุดที่ขาด
6. ปรับรูปหน้าได้ละมุน (Soft Look)
การฉีดไขมันจะไม่ได้ให้ขอบเขตที่คมกริบเหมือนฟิลเลอร์ แต่มันจะให้ความ “ละมุนและอิ่มฟู” แบบเด็กสาว (Baby Face) ซึ่งเป็นเทรนด์ความงามที่กำลังมาแรงในปีนี้
ข้อจำกัดที่ต้องศึกษา
• Survival Rate: ไขมันที่ฉีดจะไม่ได้รอดทั้งหมด ส่วนใหญ่จะรอดประมาณ 50-70% ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและเทคนิคแพทย์
• Predictability: คาดการณ์ผลลัพธ์ได้ยากกว่าฟิลเลอร์ในระยะแรก เพราะต้องรอให้ไขมัน “เซตตัว” (ประมาณ 3 เดือน)
• Surgery: ถือเป็นการผ่าตัดเล็ก ต้องมีการเจ็บตัวสองจุด (จุดที่ดูดและจุดที่ฉีด)
ข้อแนะนำลานนาวดีคลินิก
ปัจจุบันมีการนำไขมัน เข้ามาเพิ่มในการเติมไขมันหน้าเด็ก โดยการเพิ่มไขมันจะช่วยให้ไขมันที่ทำการฉีดเข้าไปในใบหน้านั้น อยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น เป็น 7-10 ปี พิเศษ!!!
FAT cells นวัตกรรมฟื้นฟูผิว ตัวช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิว ชะลอวัยฟื้นฟูเซลล์ผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์อีกครั้ง ถือว่าเป็นสิ่งยอดเยี่ยมอีกอย่างหนึ่ง ของเทคนิคไขมันที่เติมเต็มแบบใหม่นี้ สามารถทำให้เนื้อเยื่อไขมัน รอดชีวิตสูง และยังมีเซลล์ที่มีชีวิตติดมาด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหา ในรายที่ไม่พอใจต้องการ เพิ่มเติมในบางจุดก็สามารถมาฉีดเพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน หลังจากนั้นเซลล์จะค่อยๆ ลดลง สูญสลายไปตามวัย
การฉีดฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid Filler)
คือการฉีดสารเติมเต็มประเภท ไฮยาลูโรนิก แอซิด (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติ (ในชั้นผิวและข้อต่อ) แต่ถูกสังเคราะห์ขึ้นใหม่ในรูปแบบเจล
ขั้นตอนเชิงเทคนิค:
1. Selection: แพทย์จะเลือกความหนืด (G’ Prime) ของฟิลเลอร์ให้เหมาะกับตำแหน่ง เช่น เนื้อแข็งสำหรับคาง/โหนกแก้ม, เนื้อนิ่มสำหรับใต้ตา/ปาก
2. Injection: ฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่ต้องการ (ชั้นกระดูก, ชั้นไขมัน หรือชั้นผิวหนังแท้) เพื่อสร้างรูปทรงหรือเติมเต็ม
ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์
1. เห็นผลทันที (Instant Results)
จุดเด่นที่สุดของฟิลเลอร์คือ “ฉีดเสร็จปุ๊บ สวยปั๊บ” ไม่ต้องรอให้ไขมันติดเหมือนการฉีดไขมันตัวเอง คุณสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้ทันทีหลังหมอถอนเข็มออก เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการใช้หน้าเร่งด่วน
2. ความแม่นยำสูง (High Precision & Contouring)
ฟิลเลอร์มีหลายโมเลกุล (ความหนืดต่างกัน) ทำให้แพทย์สามารถ “ปั้น” รูปทรงได้แม่นยำมาก:
• งานโครงสร้าง: สามารถฉีดเพื่อแทนที่กระดูกที่ยุบตัว เช่น เติมคางให้ยาวขึ้น เติมโหนกแก้มให้พุ่ง หรือปั้นสันจมูกให้คม
• งานละเอียด: เติมร่องปากให้ดูอวบอิ่มแบบพอดี หรือเก็บรายละเอียดใต้ตาที่เรียบเนียนกว่าการใช้ไขมัน
3. ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น (Non-Surgical & No Downtime)
• ไม่มีแผลใหญ่: ไม่ต้องเจ็บตัวดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย มีเพียงรอยเข็มเล็กๆ เท่านั้น
• ชีวิตปกติ: หลังทำสามารถกลับไปทำงาน ไปเดินห้าง หรือใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที (ไม่ต้องรอหายบวมเป็นสัปดาห์เหมือนงานไขมัน)
4. มีความยืดหยุ่นและแก้ไขได้ (Reversibility)
นี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดในด้านความปลอดภัย:
• หากฉีดแล้วไม่ชอบ หรือรู้สึกว่าเยอะเกินไป แพทย์สามารถใช้สาร Hyaluronidase ฉีดเพื่อ “สลายฟิลเลอร์” ได้ทันทีภายใน 24 ชม.
• ทำให้ฟิลเลอร์มีความเสี่ยงในระยะยาวน้อยกว่า เพราะถ้าเกิดปัญหา เราสามารถรีเซ็ตกลับไปจุดเดิมได้
วิธีดูฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย
– ฟิลเลอร์ที่ใช้จะต้องผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย กล่องฟิลเลอร์ต้องปิดผนึกเรียบร้อย มีรายละเอียดระบุราคา วันหมดอายุชัดเจน ภายในกล่องมีฉลากภาษาไทยระบุรายละเอียดของสินค้า มีสติ๊กเกอร์ โมโนแกรม Restylane GALDERMA แปะอยู่บนตัวกล่อง มีเลขล็อตสินค้า (lot number) ติดอยู่ มีเลข lot. ที่ข้างกล่อง และ เลข lot. ที่หลอด และสามารถสแกน QR Code ได้ในบางยี่ห้อ
-ฟิลเลอร์แท้ (HA) จะต้องย่อยสลายได้เอง 100% ภายในระยะเวลา 1-2 ปี เมื่อคนไข้ได้รับการฉีดสลายแล้ว ฟิลเลอร์จะเกิดการยุบตัวลง และละลายเป็นน้ำซึมไปตามผิวหนังได้เองทันที โดยไม่ตกค้างและไม่มีอันตราย หากเวลาผ่านไปฟิลเลอร์มีการจับตัวเป็นก้อน จนเกิดการอักเสบต่างๆ นั่นคือโดนฉีดฟิลเลอร์ปลอมแน่นอน
-ห้ามซื้อฟิลเลอร์เองจากอินเตอร์เน็ต เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นยาควบคุม ในการสั่งซื้อยา ต้องเป็นแพทย์เท่านั้น ฟิลเลอร์ที่สามารถหาซื้อหาได้ง่ายจากอินเตอร์เน็ต ไม่มีการันตรีความปลอดภัย จึงอาจจะเจอของปลอมได้ง่าย
ข้อจำกัดที่ต้องศึกษา :
1. เห็นผลทันที (Instant Results)
จุดเด่นที่สุดของฟิลเลอร์คือ “ฉีดเสร็จปุ๊บ สวยปั๊บ” ไม่ต้องรอให้ไขมันติดเหมือนการฉีดไขมันตัวเอง คุณสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้ทันทีหลังหมอถอนเข็มออก เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการใช้หน้าเร่งด่วน
2. ความแม่นยำสูง (High Precision & Contouring)
ฟิลเลอร์มีหลายโมเลกุล (ความหนืดต่างกัน) ทำให้แพทย์สามารถ “ปั้น” รูปทรงได้แม่นยำมาก:
• งานโครงสร้าง: สามารถฉีดเพื่อแทนที่กระดูกที่ยุบตัว เช่น เติมคางให้ยาวขึ้น เติมโหนกแก้มให้พุ่ง หรือปั้นสันจมูกให้คม
• งานละเอียด: เติมร่องปากให้ดูอวบอิ่มแบบพอดี หรือเก็บรายละเอียดใต้ตาที่เรียบเนียนกว่าการใช้ไขมัน
3. ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น (Non-Surgical & No Downtime)
• ไม่มีแผลใหญ่: ไม่ต้องเจ็บตัวดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย มีเพียงรอยเข็มเล็กๆ เท่านั้น
• ชีวิตปกติ: หลังทำสามารถกลับไปทำงาน ไปเดินห้าง หรือใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที (ไม่ต้องรอหายบวมเป็นสัปดาห์เหมือนงานไขมัน)
4. มีความยืดหยุ่นและแก้ไขได้ (Reversibility)
นี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดในด้านความปลอดภัย:
• หากฉีดแล้วไม่ชอบ หรือรู้สึกว่าเยอะเกินไป แพทย์สามารถใช้สาร Hyaluronidase ฉีดเพื่อ “สลายฟิลเลอร์” ได้ทันทีภายใน 24 ชม.
• ทำให้ฟิลเลอร์มีความเสี่ยงในระยะยาวน้อยกว่า เพราะถ้าเกิดปัญหา เราสามารถรีเซ็ตกลับไปจุดเดิมได้
Review









ฉีดฟิลเลอร์ เชียงใหม่
*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล





ฉีดฟิลเลอร์ เชียงใหม่


*ผลลัพท์อาจแตกต่างแล้วแต่บุคคล


ฉีดฟิลเลอร์เชียงใหม่

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล






