ดูดไขมันเจ็บไหม
ดูดไขมันเจ็บไหม หลายคนที่กำลังสนใจดูดไขมัน มักมีคำถามแรกเหมือนกันคือ “ดูดไขมันเจ็บไหม?” คำตอบคือ “มีความรู้สึกเจ็บได้บ้าง” แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีการดูดไขมันพัฒนาไปมาก ทำให้ความเจ็บลดลงกว่าสมัยก่อนอย่างชัดเจน และสามารถควบคุมอาการปวดได้ค่อนข้างดี ทั้งระหว่างทำและหลังทำ หากทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน
ที่ Lannawadee Clinic มีการใช้เทคโนโลยีดูดไขมัน เช่น BodyTite และ RFAL (Radio Frequency Assisted Liposuction) ซึ่งเป็นการใช้พลังงานคลื่น RF ช่วยละลายไขมันก่อนดูดออก ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำน้อย เลือดออกน้อย บวมช้ำน้อย และช่วยกระชับผิวไปพร้อมกัน จึงช่วยลดความเจ็บเมื่อเทียบกับการดูดไขมันแบบดั้งเดิม
ดูดไขมันเจ็บไหม ลานนาวดีคลินิก
การดูดไขมันเจ็บไหม ?
การดูดไขมันเจ็บไหม ? หลายคนที่สนใจดูดไขมันมักมีคำถามว่า “การดูดไขมันเจ็บไหม ?” คำตอบคือ อาการเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในระหว่างและหลังการทำ แต่ระดับความเจ็บปวดจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ ปริมาณไขมันที่ดูดออก และการดูแลหลังทำ
ระดับความเจ็บในแต่ละขั้นตอน
ความเจ็บไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่จะแบ่งเป็นระยะดังนี้:
• ขณะรับบริการ:
• กรณีฉีดยาชา (Local Anesthesia): จะเจ็บแค่ตอนเดินยาชาช่วงแรก (คล้ายมดกัดหรือตึงๆ) หลังจากยาชาออกฤทธิ์จะรู้สึกเพียงแรงขยับของเครื่องมือ แต่ไม่รู้สึกเจ็บแผล
• หลังทำทันที (24 ชม. แรก): ยาชายังคงออกฤทธิ์อยู่ ความรู้สึกจะเหมือน “กล้ามเนื้อระบม” คล้ายกับการออกกำลังกายอย่างหนัก (Delayed Onset Muscle Soreness)
• ช่วงพักฟื้น (3-7 วัน): เป็นช่วงที่ระบมที่สุด จะมีความรู้สึกตึงๆ ปวดเมื่อย หรือเขียวช้ำตามบริเวณที่ดูดไขมัน แต่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง
เตรียมตัวอย่างไรให้เจ็บน้อยลง?
เตรียมตัวอย่างไรให้เจ็บน้อยลง : การเตรียมร่างกายที่ดีจะช่วยให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวไวและลดการอักเสบ:
• งดกลุ่มยาและอาหารเสริม: วิตามิน E, น้ำมันปลา (Fish Oil) อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะจะทำให้เลือดหยุดไหลช้าและบวมช้ำนาน
• พักผ่อนให้เพียงพอ: เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
• เลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน: วิสัญญีแพทย์และศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยลดความเสี่ยงและการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อโดยไม่จำเป็น
ใครที่เหมาะกับการดูดไขมันบ้าง ?
ใครที่เหมาะกับการดูดไขมันบ้าง
- คนที่มีปัญหารูปร่างสัดส่วน
- คนที่มีปัญหาไขมันส่วนเกิน
- คนที่ต้องการกระชับสัดส่วนในเวลาอันน้อย
- คนที่ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายแล้วแต่ยังคงมีไขมันส่วนเกินอยู่
- คนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการออกกำลังกาย หรือคนที่ทำงานแบบที่ต้องนั่งทั้งวัน
การดูแลหลังทำ (หัวใจสำคัญของการลดปวด)
การดูแลหลังทำ (หัวใจสำคัญของการลดปวด)
• การใส่ชุดกระชับ (Compression Garment): สำคัญมาก! ชุดกระชับจะช่วยลดช่องว่างใต้ผิวหนัง ลดการบวม และช่วยให้สมานแผลได้ไวขึ้น ทำให้ความรู้สึกระบมน้อยลง
• การทำความสะอาดแผล: ป้องกันการติดเชื้อซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดที่รุนแรงกว่าปกติ
• การเดินเบาๆ: หลังทำ 24-48 ชม. ควรเริ่มเดินช้าๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดอาการบวม
ตำแหน่งที่ดูดไขมัน
ตำแหน่งที่ดูดไขมัน บริเวณของร่างกายที่เลือกทำ มีผลต่อระดับความรู้สึกเป็นอย่างมาก
เหนียงและต้นแขน เป็นบริเวณที่เนื้อเยื่อไม่หนา การสอดท่อดูดไขมันจึงต้องอาศัยความแม่นยำสูง หากทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ มักไม่เจ็บมาก และฟื้นตัวเร็ว
หน้าท้อง, หลัง, ต้นขา เป็นบริเวณที่มีปริมาณไขมันมากกว่า และอาจต้องใช้เทคนิคเสริม เช่น คลื่นความร้อนเพื่อช่วยให้ผิวกระชับ ทำให้รู้สึกตึงหรือเมื่อยหลังทำมากกว่าบริเวณอื่น
สิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่บริเวณที่ทำ แต่คือการวางแผนอย่างเหมาะสมกับสรีระของแต่ละบุคคล เพื่อให้เจ็บน้อยและเห็นผลชัด
ระยะเวลาการพักฟื้น (Recovery Timeline)
ระยะเวลาการพักฟื้น (Recovery Timeline)
• วันที่ 1-3 (ช่วงพักฟื้นหลัก): ควรพักผ่อนให้เต็มที่ที่บ้าน อาจมีอาการระบม บวมช้ำ และมีน้ำเกลือผสมเลือดซึมออกมาจากแผลเล็กน้อย (เป็นเรื่องปกติ) แนะนำว่าไม่ควรทำงานหนักหรือเดินทางไกล
• วันที่ 4-7 (เริ่มกลับไปใช้ชีวิตปกติ): ความระบมจะลดลง เริ่มขยับตัวได้คล่องขึ้น หากทำงานออฟฟิศที่ไม่ต้องใช้แรงกายมาก สามารถกลับไปทำงานได้ในช่วงนี้ครับ
• หลัง 2 สัปดาห์: รอยเขียวช้ำจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและจางไป อาการบวมจะค่อยๆ ยุบลง สัดส่วนจะเริ่มดูเข้าที่มากขึ้น
• 1-3 เดือน: เป็นช่วงที่ “เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด” ผิวหนังจะกระชับเข้ากับกล้ามเนื้อ และแผลผ่าตัดจะเริ่มจางลงจนแทบสังเกตไม่เห็น
ข้อแนะนำการปฏิบัติตัว
ข้อแนะนำการปฏิบัติตัว (Do’s & Don’ts)
สิ่งที่ควรทำ (Do)
• ใส่ชุดกระชับ (สำคัญที่สุด): ต้องใส่ให้ครบตามเวลาที่แพทย์กำหนด (มักจะเป็น 22-24 ชม. ในช่วงแรก) เพื่อลดบวมและป้องกันผิวเป็นคลื่น
• เดินเบาๆ: ควรเริ่มลุกเดินช้าๆ ภายในบ้านหลังทำ 1-2 วัน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน
• ดื่มน้ำสะอาด: ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายขับยาชาและของเสียออกจากระบบได้เร็วขึ้น
• ทำแผลตามนัด: รักษาความสะอาดแผลให้แห้งอยู่เสมอ และไปตัดไหมตามที่แพทย์นัด (ปกติประมาณ 7 วัน)
สิ่งที่ควรเลี่ยง (Don’t)
• งดอาบน้ำในช่วงแรก: จนกว่าแผลจะปิดสนิทหรือแพทย์อนุญาต (ปกติ 3-7 วันแรกให้ใช้วิธีเช็ดตัวแทน)
• งดของแสลงและแอลกอฮอล์: รวมถึงอาหารรสจัด โซเดียมสูง และการสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้แผลหายช้าและบวมนานกว่าปกติ
• งดออกกำลังกายหนัก: หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือวิ่งในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก ให้เริ่มจากกิจกรรมเบาๆ ก่อน
• งดเกาหรือนวดแรงๆ: บริเวณที่ทำอาจมีอาการคันหรือชา ห้ามเกาแรงๆ เพราะอาจทำให้ผิวอักเสบได้
Review


“ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล”

“ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล”

“ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล”




“ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล”




รีวิว (Review) ดูดสลายไขมัน Body tite








“ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล”



*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล
Review ดูดสลายไขมัน
สลายไขมัน ลดความอ้วน







