ทำตาสองชั้น (Blepharoplasty) คือการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อ สร้างรอยพับบริเวณเปลือกตาบน ให้เห็นเป็นสองชั้นอย่างชัดเจน หรือเพื่อแก้ไขปัญหาทางโครงสร้างของดวงตาที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพและการมองเห็น
การทำตาสองชั้น หรือที่เรียกว่า Blepharoplasty (หนังตาบน) คือการผ่าตัดเพื่อสร้าง “รอยพับของผิวหนัง” บริเวณเปลือกตาบน โดยอาศัยหลักการสร้างจุดยึดเหนี่ยวระหว่างผิวหนังเปลือกตา กับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Levator Palpebrae Superioris) เพื่อให้เวลาเราลืมตา กล้ามเนื้อจะดึงผิวหนังส่วนนั้นขึ้นไปจนเกิดเป็นชั้นตานั่นเอง
รูปทรงชั้นตา (Crease Designs) รสนิยมและความเข้ากันของรูปหน้า
1. In-fold (สายธรรมชาติ): ชั้นตาเริ่มจากด้านในหัวตา ดูเนียนเหมือนคนเอเชียที่มีชั้นตาแต่กำเนิด
2. On-fold (สายหวาน): ชั้นตาเริ่มขยับออกมาจากหัวตานิดหน่อย ทำให้ตาดูโตขึ้นแต่ไม่ดูหลอกตา
3. Out-fold / Parallel (สายฝอ): ชั้นตาใหญ่และขนานไปกับขอบตา เหมาะกับคนที่แต่งหน้าจัดหรือมีโครงเบ้าตาชัดเจน MEDA
แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่
1. กลุ่มที่ทำเพื่อแก้ “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” (Functional Issues)
กลุ่มนี้มักมีปัญหาที่กระทบต่อการมองเห็นหรือสุขภาพดวงตา:
• คนที่มีภาวะหนังตาตก (Blepharoptosis): หนังตาหย่อนลงมาบังรูม่านตา ทำให้ลานสายตาแคบลง มองเห็นได้ไม่เต็มที่
• คนที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis): ลืมตาได้ไม่สุด ตาดูปรือหรือง่วงนอนตลอดเวลา มักต้องติดนิสัย “เลิกคิ้ว” ช่วยในการมองเห็น จนทำให้หน้าผากย่นก่อนวัย
• คนที่มีปัญหาขนตาทิ่มตา (Entropion): หนังตาเกินม้วนเข้าด้านใน ทำให้ขนตาเสียดสีกับกระจกตาจนระคายเคืองและอาจเกิดแผล
2. กลุ่มที่ทำเพื่อแก้ “ปัญหาด้านบุคลิกภาพ” (Aesthetic Issues)
กลุ่มนี้มีโครงสร้างตาที่อาจทำให้ดูไม่สดใส หรือแต่งหน้ายาก:
• คนตาชั้นเดียว (Monolid): เป็นลักษณะเด่นของชาวเอเชียที่ไม่มีรอยพับชั้นตา ทำให้ตาดูเล็กหรือดูดุในบางคน
• คนตาหลบใน (Hidden Double Eyelid): มีชั้นตาอยู่แล้ว แต่หนังตาหนาลงมาปิดทับจนมองไม่เห็นชั้นตา
• คนที่มีชั้นตาหลายชั้น (Multiple Creases): ชั้นตาไม่ชัดเจน มีริ้วรอยพับทับซ้อนกันหลายเส้น ทำให้ตาดูเหนื่อยล้าหรือดูแก่กว่าวัย
• คนที่มีตาป่องจากไขมัน (Puffy Eyelids): เปลือกตาบนมีไขมันสะสมมากเกินไป ทำให้ตาดูบวมและดูตุ่ยอยู่ตลอดเวลา
3. กลุ่มที่ทำเพื่อแก้ “ปัญหาความไม่สมมาตร” (Asymmetry)
• คนที่มีตาสองข้างไม่เท่ากัน: เช่น ข้างหนึ่งมีชั้นตา อีกข้างไม่มี หรือความสูงของชั้นตาสองข้างต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูเสียสมดุล
กรณีตาสองข้างไม่เท่ากัน สามารถทำตาสองชั้นได้หรือไม่
กรณีตาสองข้างไม่เท่ากัน จะแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
1.กรณีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือกล้ามเนื้อตาพิการ แพทย์จะทำการผ่าตัดข้างที่มีปัญหาให้ออกมาใกล้เคียงกับข้างที่ปกติ จะช่วยให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นชัดเจนขึ้น
2.กรณีระดับชั้นตาไม่เท่ากันสองข้าง แพทย์จะทำการผ่าตัดทั้งสองข้างให้มีระดับชั้นตาที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด ไม่ทำเพียงข้างใดข้างหนึ่ง
แพทย์จะให้ยาคลายความกังวลพร้อมกับยาชา ดังนั้นการทำตาสองชั้นจึงไม่รู้สึกเจ็บและไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล เมื่อทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ทันที อีกทั้งยังไม่พบว่ามีอันตรายและไม่มีรอยแผลเป็นอีกด้วย โดยแผลจะหายและมองเห็นแค่เพียงรอยแดงภายใน 3 สัปดาห์ จากนั้นผิวจะเหมือนผิวปกติเท่าบริเวณอื่นๆ ประมาณ 4 – 6 เดือน
การทำตาไม่ได้จบแค่ในห้องผ่าตัด แต่ต้องอาศัยการดูแลตัวเองอย่างมาก
• ระยะ 1-3 วันแรก: จะมีการบวมและช้ำมากที่สุด (ต้องประคบเย็นตลอดเวลาเพื่อหดหลอดเลือด)
• ระยะ 7-14 วัน: อาการบวมจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เริ่มเห็นทรงตา (ช่วงนี้มักจะตัดไหม)
• ระยะ 3-6 เดือน: ชั้นตาจะ “ยุบสนิท” และเข้าที่ 100%
คำเตือน: ในช่วงเดือนแรก ชั้นตาจะดู “หนาและสูงกว่าความเป็นจริง” มาก อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะมันคืออาการบวมน้ำ (Residual Swelling)
1. งดล่วงหน้า 2 สัปดาห์
• วิตามิน/อาหารเสริม: (โดยเฉพาะ Fish Oil, Vit E, แปะก๊วย) เพราะทำให้เลือดหยุดไหลช้าและบวมนาน
• ยากลุ่มแอสไพริน/ไอบูโพรเฟน: ป้องกันเลือดออกมากระหว่างผ่าตัด
• บุหรี่/แอลกอฮอล์: ช่วยให้แผลสมานตัวไวและลดความเสี่ยงติดเชื้อ
2. วันที่ผ่าตัด
• งดแต่งหน้า: ล้างหน้าให้สะอาด ห้ามติดขนตาปลอมหรือคอนแทคเลนส์
• เสื้อผ้า: ใส่เสื้อ “แบบกระดุมหน้า” เพื่อเลี่ยงการถอดทางศีรษะมาโดนแผล
• แว่นกันแดด: เตรียมมาใส่ป้องกันฝุ่นและพรางสายตาหลังทำ
3. เตรียมของที่บ้าน
• เจลประคบเย็น: สำหรับลดบวมในช่วง 48 ชม. แรก
• น้ำเกลือ + สำลี: สำหรับทำความสะอาดแผล
• หมอนสูง: เตรียมไว้หนุนนอนลดอาการบวม
1. ควรประคบด้วยผ้าเย็นรอบดวงตาและหน้าผาก เพื่อลดอาการบวมและเลือดซึมออกในช่วง 1 – 2 วันแรก จากนั้นวันที่ 3 – 5 ให้ประคบด้วยน้ำอุ่นเพื่อลดรอยช้ำ
2. ใน 3 วันแรก ไม่ควรให้แผลโดนน้ำ แต่ให้ใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดแทน
3. งดเว้นการใช้สายตาหรือขยี้ตา
4. ทานยาตามแพทย์สั่งและมาพบแพทย์ตามนัด
5. ไม่รับประทานอาหารรสจัดหรือของหมักดอง
ดร.นพ.ธีรศักดิ์ แพทยาดิกุล
Dr.Teerasak Pattayadeekul
อาจารย์พิเศษ Dermatology and Regenerative medicine สำนักเวชศาสตรชะลอวัย ม.แม่ฟ้าหลวง / แพทย์ปริญญาเอก สาขา ผิวหนัง ศัลยกรรมผิวหนัง/เลเซอร์/ความงาม
พญ.ทวีพร ตรีประภากร
Dr.Thaweeporn Treepraphakorn
แพทย์สาขาศัลยกรรมความงาม/เลเซอร์/ปลูกผม
แพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (ABHRS)
“ลานนาวดีคลินิก” คลินิกศัลยกรรมตกแต่งความงาม โดยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การันตีจบเฉพาะทางด้าน ศัลยกรรมความงาม (Cosmetic Surgery) จากอเมริกาและเกาหลี เทคโนโลยีอันทันสมัยครบวงจร เพื่อให้คุณได้สวยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างมั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์หลังเข้ารับบริการ
สาขา โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
206/17 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Tel.053-230258 /062-3103799 /062-3103800
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา เชียงใหม่
เลขที่ 574 ถนน เชียงใหม่-ลำปาง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา พัทยา
194/5-6 ถนนพัทยากลาง อำเภอางละมุง เทศบาลเมืองชลบุรี 20150
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา ภูเก็ต
92 54-55 ถ. เทพกระษัตรี ตำบล เกาะแก้ว เมืองภูเก็ต 83000 Tel.082-1037758
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา กรุงเทพ ดอนเมือง
161/6 ซอยวิภาวดีรังสิต 33 แขวงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
Tel.093-1315596
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.