รักษาผมร่วง เชียงใหม่ | ลานนาวดีคลินิก
รักษาผมร่วง เชียงใหม่

รักษาผมร่วง เชียงใหม่

รักษาผมร่วง เชียงใหม่ แบบผ่าตัด และไม่ผ่าตัด โดยทีมแพทย์สาขาผิวหนัง และแพทย์อเมริกันบอร์ดประสบการณ์มากกว่า 16 ปี

การรักษาอาการผมร่วง

ในปัจจุบันมีพัฒนาการไปไกลมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ “ไม่ใช่วิธีการผ่าตัด” (Non-Surgical Treatments) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผมบาง หรือต้องการฟื้นฟูรากผมให้กลับมาแข็งแรงโดยไม่ต้องพักฟื้น

เราสามารถแบ่งวิธีการรักษาอย่างละเอียดได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้

วิธีหลักๆ ที่นิยมใช้ในทางการแพทย์ปัจจุบัน

1. การรักษาด้วยยา (Medications)
ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

• ยาทา (Minoxidil): มีทั้งแบบน้ำและแบบโฟม ช่วยขยายหลอดเลือดบริเวณหนังศีรษะ เพื่อให้สารอาหารไปเลี้ยงรากผมได้ดีขึ้น ต้องใช้อย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผล
• ยากิน (Finasteride/Dutasteride): ทำหน้าที่ยับยั้งฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้รากผมฝ่อตัว (นิยมใช้ในผู้ชาย ส่วนผู้หญิงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด)

การรักษาด้วยยา (Pharmacotherapy)

หัวใจสำคัญของการรักษาด้วยยาแบ่งออกเป็น 2 กลไกหลัก ดังนี้:

1. การยับยั้งฮอร์โมนตัวร้าย (DHT Blocker)
ในผู้ชาย (และผู้หญิงบางเคส) สาเหตุหลักของผมร่วงคือฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนเพศชายรวมร่างกับเอนไซม์ชนิดหนึ่ง แล้วไปรบกวนรากผมทำให้รากผมเล็กลงเรื่อยๆ จนฝ่อไป
• ตัวยาหลัก: Finasteride (ฟินาสเทอไรด์) หรือ Dutasteride (ดูทาสเทอไรด์)
• รูปแบบ: ยารับประทาน (เม็ด)
• การทำงาน: ยาจะเข้าไปบล็อกเอนไซม์ไม่ให้สร้าง DHT ขึ้นมา เมื่อระดับ DHT ลดลง รากผมที่เคยถูกรบกวนก็จะกลับมาแข็งแรงและผลิตเส้นผมที่หนาขึ้นได้อีกครั้ง
• หมายเหตุ: ต้องใช้ต่อเนื่องประมาณ 3-6 เดือนจึงจะเห็นผลชัดเจน และหากหยุดใช้อาจกลับมาร่วงได้เหมือนเดิม
2. การเพิ่มการไหลเวียนเลือด (Vasodilator)
เปรียบเสมือนการ “ส่งเสบียง” ไปให้รากผมที่กำลังหิวโซ เพื่อให้มีพลังงานในการสร้างเส้นผม
• ตัวยาหลัก: Minoxidil (มิน็อกซิดิล)
• รูปแบบ: ยาทา (เซรั่ม/โฟม) หรือยาแบบกิน (ในบางเคสที่แพทย์สั่ง)
• การทำงาน: ยาจะช่วยขยายหลอดเลือดบริเวณหนังศีรษะ ทำให้เลือดไหลเวียนนำพาสารอาหาร ออกซิเจน และวิตามินไปเลี้ยงรากผมได้โดยตรง
• ผลลัพธ์: ช่วยยืดอายุของเส้นผม (Anagen Phase) ให้ยาวนานขึ้น ไม่หลุดร่วงง่าย และกระตุ้นให้ผมเส้นเล็กๆ หนาตัวขึ้น

รักษาผมร่วง เชียงใหม่

2. การฉีดสารบำรุงและเซลล์บำบัด (Injectable Treatments)

คือการใช้เข็มขนาดเล็ก (Micro-needle) นำส่งตัวยา สารอาหารเข้มข้น หรือเซลล์ต้นกำเนิด เข้าสู่ ชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นที่อยู่ของรากผมโดยตรงครับ
วิธีนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว เพราะสารบำรุงไม่ต้องผ่านชั้นขี้ไคลหรือน้ำมันบนผิวหนัง ทำให้รากผมได้รับสารอาหารแบบ 100% เต็ม โดยแบ่งออกเป็น 3 เทคนิคหลักที่นิยมในปัจจุบัน:

1. Platelet-Rich Plasma – การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น
เป็นวิธีที่ “ออร์แกนิค” ที่สุด เพราะใช้เลือดของตัวคนไข้เองมาสกัด
• กระบวนการ: นำเลือดมาปั่นแยกด้วยเครื่องเหวี่ยงความเร็วสูง เพื่อให้ได้ส่วนของพลาสมาที่มี เกล็ดเลือดเข้มข้นสูง (Growth Factors) * การทำงาน: เมื่อฉีดกลับเข้าไป Growth Factors จะทำหน้าที่เป็น “สัญญาณเรียกการซ่อมแซม” ช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์รากผม และสร้างหลอดเลือดใหม่มาเลี้ยงรากผม
• จุดเด่น: ปลอดภัยสูง ไม่เสี่ยงต่อการแพ้ เพราะเป็นส่วนประกอบจากร่างกายเราเอง
2. Hair Mesotherapy (เมโสเธอราพี) – การฉีดวิตามินและสารบำรุง
เปรียบเสมือนการให้ “อาหารเสริมทางลัด” แก่รากผมที่กำลังอ่อนแอ
• กระบวนการ: แพทย์จะปรุงสูตรยา (Cocktail) ที่ประกอบด้วย วิตามินบี (Biotin), กรดอะมิโน, แร่ธาตุ, และตัวยาช่วยขยายหลอดเลือด
• การทำงาน: สารเหล่านี้จะเข้าไปยับยั้งวงจรการหลุดร่วงทันที และช่วยให้เส้นผมที่งอกใหม่มีความเหนียวและแข็งแรงขึ้น
• จุดเด่น: เห็นผลเร็วในเรื่องการลดจำนวนเส้นผมที่หลุดร่วง (เหมาะมากสำหรับคนที่มีผมร่วงเฉียบพลันจากความเครียดหรือขาดสารอาหาร)
3. Rigenera Activa (Cell Therapy) – เซลล์บำบัดรากผม
เทคนิคชั้นสูงที่ใช้ “เซลล์ซ่อมเซลล์” โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
• กระบวนการ: แพทย์จะคัดเลือกเนื้อเยื่อรากผมที่แข็งแรงที่สุด (มักเป็นบริเวณหลังหู) ขนาดเล็กมากเพียง 2-3 มม. มาสกัดผ่านเครื่องมือพิเศษให้กลายเป็น เซลล์สด (Progenitor Cells) ในรูปแบบของเหลว
• การทำงาน: เซลล์เหล่านี้จะทำหน้าที่เป็น “หัวเชื้อ” เข้าไปซ่อมแซมและฟื้นฟูรากผมที่กำลังจะฝ่อให้กลับมาผลิตเส้นผมใหม่ที่หนาและแข็งแรงอีกครั้ง
• จุดเด่น: ทำเพียงปีละ 1 ครั้ง ไม่ต้องพักฟื้น และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติสูงมาก

รักษาผมร่วง เชียงใหม่

3. การใช้เทคโนโลยีแสงและเลเซอร์ (Laser & Light Therapy)

คือการใช้พลังงานแสงในช่วงคลื่นที่เฉพาะเจาะจง ยิงลงไปที่หนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมในระดับชีวภาพ โดยไม่ต้องใช้เข็มและไม่มีความเจ็บปวด

หลักการทำงานของวิธีนี้เปรียบเสมือน “การสังเคราะห์แสงของพืช” แต่เป็นการกระตุ้นเซลล์รากผมของมนุษย์แทน โดยมี 2 เทคโนโลยีหลัก ดังนี้:
1. LLLT (Low-Level Laser Therapy) – เลเซอร์ระดับต่ำ
เป็นเทคโนโลยีที่นิยมที่สุดและได้รับการรับรองจาก FDA ว่าช่วยรักษาผมร่วงจากพันธุกรรมได้จริง
• กลไกการทำงาน: ใช้แสงเลเซอร์สีแดงเข้ม (ความยาวคลื่นประมาณ 650-670 นาโนเมตร) แสงชนิดนี้จะทะลุผ่านผิวหนังลงไปถึงระดับรากผม เพื่อกระตุ้น Mitochondria (โรงผลิตพลังงานของเซลล์) ให้ผลิตพลังงาน ATP มากขึ้น
• ผลลัพธ์: เมื่อเซลล์มีพลังงานมากขึ้น รากผมที่เคยอ่อนแอหรือกำลังจะฝ่อจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ ช่วยขยายวงจรการเติบโตของเส้นผม (Anagen Phase) ให้ยาวขึ้น และกระตุ้นให้เส้นผมหนาตัวขึ้น
• รูปแบบการใช้งาน: * ในคลินิก: เครื่องฉายแสงเลเซอร์ขนาดใหญ่ที่มีกำลังส่งสูง
• Home Use: หมวกเลเซอร์ (Laser Helmet) หรือหวีเลเซอร์ ซึ่งเน้นความสะดวกในการทำที่บ้าน (แนะนำให้ทำ 15-30 นาที ประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์)
2. Fractional Laser – เลเซอร์สร้างช่องเปิดผิว
เทคนิคนี้มักทำโดยแพทย์ในคลินิก เพื่อผลลัพธ์ที่รวดเร็วและล้ำลึกกว่า
• กลไกการทำงาน: ใช้เลเซอร์ยิงลงไปบนหนังศีรษะเพื่อสร้าง “ช่องขนาดเล็กมาก” (Micro-channels) จำนวนนับพันจุด ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
• ผลลัพธ์:
1. Direct Absorption: ช่วยให้ตัวยาหรือสารบำรุงที่ทาตามลงไป ซึมเข้าสู่รากผมได้ลึกและมีประสิทธิภาพมากกว่าการทาปกติถึงหลายเท่า
2. Wound Healing Response: กระตุ้นให้ร่างกายส่งสารซ่อมแซมและ Growth Factors มายังบริเวณหนังศีรษะ เพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อและรากผม
• รูปแบบการใช้งาน: มักทำควบคู่กับการฉีด PRP หรือการทาเซรั่มเข้มข้น
ข้อดีของเทคโนโลยีแสงและเลเซอร์:
1. ไม่มีความเจ็บปวด: รู้สึกเพียงอุ่นๆ ที่หนังศีรษะขณะทำ
2. ไม่มีผลข้างเคียง: ไม่ส่งผลต่อระบบฮอร์โมนหรือตับไตเหมือนการกินยา
3. ความปลอดภัยสูง: แสงเลเซอร์ชนิดนี้ไม่มีรังสีที่เป็นอันตรายและไม่ทำลายเนื้อเยื่อ

4. การทำทรีตเมนต์และเวชสำอาง (Topical Treatments)

คือการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะจากภายนอก โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดเข้มข้นหรือตัวยาในกลุ่ม “เวชสำอาง” (Cosmeceuticals) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าแชมพูหรือครีมนวดผมทั่วไปตามท้องตลาดครับ
วิธีนี้เน้นการ “ปรับสภาพแวดล้อม” บนหนังศีรษะให้สะอาด ลดการอักเสบ และส่งสารอาหารเข้าสู่รากผมผ่านการทาหรือชโลม โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้:
1. แชมพูยาและเวชสำอาง (Therapeutic Shampoos)
ไม่ใช่แค่การทำความสะอาด แต่เป็นการรักษาปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการงอกของผม
• แชมพูฆ่าเชื้อราและลดอักเสบ: เช่น กลุ่มที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole หรือ Selenium Sulfide ช่วยรักษารังแคและหนังศีรษะอักเสบ (Seborrheic Dermatitis) ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงเรื้อรัง
• แชมพูขจัดความมันส่วนเกิน: ช่วยชะล้างไขมัน (Sebum) ที่อุดตันรูขุมขน ซึ่งมักจะมีฮอร์โมน DHT สะสมอยู่หนาแน่น การขจัดความมันจึงช่วยลดปัจจัยกระตุ้นผมร่วงได้
2. เซรั่มและโทนิคเข้มข้น (Hair Serums & Tonics)
ถือเป็น “อาหารผิว” สำหรับหนังศีรษะที่เน้นการบำรุงลึกถึงรากผม
• ส่วนประกอบสำคัญ: มักมีสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านการวิจัย เช่น Redensyl, Capixyl, หรือ Procapil ซึ่งช่วยกระตุ้น Stem Cell ของรากผมและยับยั้งการทำงานของ DHT โดยไม่มีผลข้างเคียงเหมือนยาแผนปัจจุบัน
• Peptides: สายโปรตีนขนาดเล็กที่ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างรากผมให้ยึดเกาะกับหนังศีรษะได้แน่นขึ้น ลดการหลุดร่วงระหว่างวัน
3. การทำทรีตเมนต์ในคลินิก (Professional Scalp Treatments)
เป็นการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ควบคู่กับเวชสำอางเพื่อให้เห็นผลชัดเจนขึ้น
• Detox หนังศีรษะ: การใช้เครื่องพ่นละอองน้ำแรงดันสูง (Jet Peel) เพื่อล้างสารเคมีและเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออก ทำให้หนังศีรษะพร้อมรับการบำรุง
• Electroporation / Phonophoresis: การใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ หรือคลื่นเสียง ผลักวิตามินและตัวยาเข้าสู่หนังศีรษะชั้นลึก (เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบใช้เข็มฉีด)
ข้อดีของการใช้เวชสำอางและทรีตเมนต์:
1. ความปลอดภัยสูง: แทบไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย สามารถใช้ได้ต่อเนื่องยาวนาน
2. แก้ปัญหาที่ต้นเหตุภายนอก: ช่วยเรื่องความมัน รังแค และการอักเสบ ซึ่งยาแผนปัจจุบันบางตัวไม่ได้ครอบคลุม
3. ผ่อนคลาย: การทำทรีตเมนต์มักมาพร้อมการนวด ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้ดี

รักษาผมร่วง เชียงใหม่

การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง (Diagnosis)

ก่อนเริ่มรักษาแบบเจาะจง การตรวจร่างกายเบื้องต้นจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก:
• การเจาะเลือดเช็กฮอร์โมน: โดยเฉพาะค่า DHT (Dihydrotestosterone) ในเพศชาย หรือฮอร์โมนไทรอยด์และฮอร์โมนเพศในเพศหญิง
• การเช็กระดับวิตามิน: การขาด Ferritin (เหล็ก), Vitamin D, หรือ Zinc เป็นสาเหตุแฝงที่พบบ่อยมากของอาการผมร่วงเรื้อรัง
• Digital Hair Analysis: การใช้กล้องกำลังขยายสูงส่องดูความหนาแน่นของรูขุมขน (Hair Density) เพื่อดูว่ารากผม “ฝ่อ” ไปแล้วหรือแค่ “เล็กลง” หากรากผมฝ่อไปหมดแล้ว การรักษาด้วยยาหรือเลเซอร์อาจได้ผลน้อย

รักษาผมร่วง เชียงใหม่

สารอาหารสำคัญที่ควรแนะนำแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้

1. โปรตีนคุณภาพสูง (The Building Block)
เส้นผมประกอบด้วยโปรตีนที่เรียกว่า “เคราติน” (Keratin) เป็นหลัก หากขาดโปรตีน ผมจะเส้นเล็ก ลีบแบน และหลุดร่วงง่าย
• ไข่ไก่: มีทั้งโปรตีนและ Biotin (ไบโอติน) ซึ่งช่วยในการผลิตเคราติน
• ปลาทะเล (แซลมอน, ทูน่า): ให้โปรตีนและ Omega-3 ซึ่งช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะและเพิ่มความเงางาม
• เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน: เช่น อกไก่ หรือเนื้อแดง (ในปริมาณที่พอเหมาะ) เพื่อให้ได้ธาตุเหล็กไปเลี้ยงรากผม
2. กลุ่มแร่ธาตุสังกะสีและเหล็ก (The Repair Team)
สองสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญของการแบ่งตัวของเซลล์รากผม
• หอยนางรม และธัญพืช: อุดมไปด้วย Zinc (สังกะสี) ช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันที่หนังศีรษะและซ่อมแซมเนื้อเยื่อผม
• ผักใบเขียว (ผักโขม, คะน้า): มี ธาตุเหล็ก (Iron) สูง ช่วยให้เม็ดเลือดแดงนำออกซิเจนไปเลี้ยงรากผมได้อย่างทั่วถึง
3. วิตามินต้านอนุมูลอิสระ (The Protectors)
ช่วยปกป้องรากผมจากมลภาวะและความเสื่อมสภาพตามวัย
• ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และส้ม: มี Vitamin C สูง ช่วยในการสร้างคอลลาเจนที่โอบอุ้มรากผม และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
• ถั่วและเมล็ดพืช (อัลมอนด์, เมล็ดทานตะวัน): มี Vitamin E ซึ่งช่วยปกป้องหนังศีรษะจากการถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระ
4. ไขมันดี (The Hydrators)
• อะโวคาโด: ให้ไขมันดีและวิตามินอี ช่วยให้หนังศีรษะชุ่มชื้น ไม่แห้งลอก ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผมร่วง MEDA

REVIEW

เกี่ยวกับเรา
ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผ่านการอบรมและมีใบรับรองจากหลายสถาบัน

ทีมแพทย์ของเรา

หมอ
หมอ

ดร.นพ.ธีรศักดิ์ แพทยาดิกุล
Dr.Teerasak Pattayadeekul

อาจารย์พิเศษ Dermatology and Regenerative medicine สำนักเวชศาสตรชะลอวัย ม.แม่ฟ้าหลวง / แพทย์ปริญญาเอก สาขา ผิวหนัง ศัลยกรรมผิวหนัง/เลเซอร์/ความงาม

  • Fellow in dermato surgery & LASER รามาธิบดี
  • Vissiting fellow dermatology Juntendo Dermatology & Dermatopathology.
  • MD.Msc.Phd in Dermatology / LASER / Aesthetic Surgery.
  • Fellow in LASER surgey and Facial plastic surgery Fort Lauaderdel Florida USA
  • Diploma of Hair Transplantation by Thai association and Academy of Cosmetic surgery and medicine
  • Diplomate American board hair transplsnt ( ABHRS)
หมอ

พญ.ทวีพร ตรีประภากร
Dr.Thaweeporn Treepraphakorn

แพทย์สาขาศัลยกรรมความงาม/เลเซอร์/ปลูกผม
แพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (ABHRS)

  • Fellowship in Cosmetic Surgery/ Korean  college of Cosmetic Surgery
  • Diplomate American Board of Hair Restoration  Surgery/ABHRS
  • International Board of Hair Restoration Surgery/ IBHRS
  • Certificate Hair transplantation By Korean Society of Hair Restoration Surgery
  • Member in association of Aesthetic Anti-aging Surgery,Thailand
  • Member of International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS)
  • Certificate Liposuction and Fat grafting by Korean college of Cosmetic Surgery
  • Master degree in Dermatology (MSc)
หมอ
หมอ

“ลานนาวดีคลินิก” คลินิกศัลยกรรมตกแต่งความงาม โดยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การันตีจบเฉพาะทางด้าน ศัลยกรรมความงาม (Cosmetic Surgery) จากอเมริกาและเกาหลี เทคโนโลยีอันทันสมัยครบวงจร เพื่อให้คุณได้สวยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างมั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์หลังเข้ารับบริการ

หมอ
หมอ

ไลน์

ช่องทางการติดต่อ

ลานนาวดีคลินิกมี 5 สาขาใกล้บ้านท่าน
ลานนา

สาขา โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
206/17 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Tel.053-230258 /062-3103799 /062-3103800

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

meda

สาขา เชียงใหม่
เลขที่ 574 ถนน เชียงใหม่-ลำปาง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา พัทยา
194/5-6 ถนนพัทยากลาง อำเภอางละมุง เทศบาลเมืองชลบุรี 20150

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา ภูเก็ต

92 54-55 ถ. เทพกระษัตรี ตำบล เกาะแก้ว เมืองภูเก็ต 83000 Tel.082-1037758

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

สาขากรุงเทพ

สาขา กรุงเทพ ดอนเมือง
161/6 ซอยวิภาวดีรังสิต 33 แขวงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
Tel.093-1315596

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.