เสริมคางด้วย "ฟิลเลอร์" กับ "ซิลิโคน" แบบไหนดีกว่ากัน ? | ลานนาวดีคลินิก
หมอ

เสริมคางด้วย "ฟิลเลอร์" กับ "ซิลิโคน" แบบไหนดีกว่ากัน ?

เสริมคางด้วย “ฟิลเลอร์” กับ “ซิลิโคน” แบบไหนดีกว่ากัน ? : เป็นคำถามที่แพทย์ได้รับบ่อยจากผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย มีมิติ และได้สัดส่วนมากขึ้น เนื่องจากคางเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อความสมดุลของใบหน้าโดยรวม หากคางสั้น คางถอย หรือคางไม่สมส่วน อาจทำให้ใบหน้าดูกลม ไม่มีมิติ หรือขาดความคมชัดได้

ปัจจุบันการปรับรูปคางได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมี 2 วิธีหลัก ได้แก่ การฉีดฟิลเลอร์คาง (Chin Filler) และ การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน (Chin Augmentation Surgery) ซึ่งทั้งสองวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และเหมาะกับคนไข้ที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกวิธีใด ควรทำความเข้าใจรายละเอียดอย่างครบถ้วน

การเลือกปรับรูปหน้าด้วยการ “เสริมคาง” ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์กับการผ่าตัดใส่ซิลิโคน เป็นคำถามยอดฮิตที่คนไข้หลายคนลังเลใจ เพราะทั้งสองวิธีให้ผลลัพธ์ในการปรับสัดส่วนใบหน้าส่วนล่าง (Lower Face) ให้ดูสมดุลและมีมิติขึ้นได้เหมือนกัน แต่มีจุดเด่น ข้อจำกัด และเหมาะกับปัญหาโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เสริมคางด้วย "ฟิลเลอร์" กับ "ซิลิโคน" แบบไหนดีกว่ากัน ?​ ​ ลานนาวดีคลินิก

ทำคางแล้วหน้าจะยาวเป็นมะม่วงไหม ?

ฟิลเลอร์คาง คืออะไร?

 การฉีดฟิลเลอร์คาง (Chin Filler)
เป็นการใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นเนื้อเจลที่มีความยืดหยุ่นสูง ฉีดเข้าไปในชั้นลึกติดกระดูกเพื่อทดแทนและเสริมเนื้อเยื่อ คล้ายกับการปั้นโมเดล

จุดเด่น:
เห็นผลทันทีหลังทำ: ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีแผลผ่าตัด มีเพียงรอยเข็มเล็กๆ
ปรับแต่งได้ละเอียด: แพทย์สามารถทยอยเติมและปั้นทรงให้เข้ากับรูปหน้าหน้างานได้เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ กลืนไปกับผิวเดิม
ปลอดภัย สลายได้เอง: หากไม่ชอบ สามารถฉีดสารสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) ออกได้ 100% ทันที
ข้อจำกัด: ผลลัพธ์ไม่ถาวร อยู่ได้ประมาณ 12-24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ เช่น รุ่นเนื้อแข็งที่ออกแบบมาสำหรับงานกระดูกโดยเฉพาะ) และไม่สามารถยืดคางในกรณีที่คนไข้มีปัญหาคางสั้นหรือคางถอยมากๆ ได้ เพราะเนื้อเจลที่มากเกินไปอาจทำให้คางดูย้วยหรือบานออกด้านข้าง (ไหล) ในระยะยาว

เสริมคางด้วย "ฟิลเลอร์" กับ "ซิลิโคน" แบบไหนดีกว่ากัน ?

การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน (Chin Implant)

เป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อวางแท่งซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) ไว้บนโครงกระดูกคางเดิม เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าอย่างถาวร

จุดเด่น:
ผลลัพธ์ถาวร: ทำครั้งเดียวจบ ไม่ต้องคอยเติมบ่อยๆ คุ้มค่าในระยะยาว
แก้ปัญหาโครงสร้างได้ดีกว่า: สามารถปรับมิติคางที่สั้นมากๆ หรือคางถอยไปข้างหลังมากๆ ให้ยื่นออกมาข้างหน้าได้อย่างคมชัด ล็อคทรงได้นิ่ง
เลือกวางแผลได้: สามารถเลือกทำแผลในปาก (ไร้รอยแผลเป็นภายนอก) หรือแผลนอกปากใต้คาง (ดูแลแผลง่าย บวมช้ำน้อยกว่า)
ข้อจำกัด: เป็นการผ่าตัด จึงต้องมีการฉีดยาชา มีระยะเวลาพักฟื้นเพื่อลดอาการบวมช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ และเข้าที่เต็มที่ใน 1-3 เดือน หากต้องการแก้ไขหรือเบื่อแล้ว จำเป็นต้องทำการผ่าตัดซ้ำเพื่อเอาซิลิโคนออก

เสริมคางด้วย "ฟิลเลอร์" กับ "ซิลิโคน" แบบไหนดีกว่ากัน ?

ข้อเท็จจริงที่มักเข้าใจผิด (Myths vs. Facts)

ข้อเท็จจริงที่มักเข้าใจผิด (Myths vs. Facts)

ความเชื่อ: “ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วจะทำให้กระดูกคางกร่อน”
ความจริง: การกร่อนของกระดูก (Bone Resorption) เกิดขึ้นได้จาก “แรงกดจำเพาะ” หากฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไปและใช้เทคนิคที่ไม่ถูกต้อง (เช่น ฉีดกองรวมกันเป็นก้อนใหญ่ในชั้นลึกใต้เยื่อหุ้มกระดูก) แรงดันนั้นอาจกดกระดูกได้เล็กน้อย แต่เกิดขึ้นได้น้อยมากเมื่อเทียบกับการใส่ซิลิโคนแผ่นใหญ่ที่วางรับน้ำหนักและแรงตึงของกล้ามเนื้อคาง (Mentalis Muscle) โดยตรง ซึ่งการกร่อนเล็กน้อยของกระดูกจากการใส่ซิลิโคนในระยะยาวถือเป็นเรื่องที่พบได้ปกติและไม่มีอันตรายร้ายแรง เว้นแต่จะวางผิดตำแหน่ง

ความเชื่อ: “เสริมคางด้วยซิลิโคน จะทำให้หน้าแก่ขึ้นเมื่ออายุมาก”
ความจริง: หากเลือกขนาดซิลิโคนที่ไม่ยาวหรือพุ่งเกินพอดี (Over-projected) การเสริมคางกลับช่วยพยุงเนื้อเยื่อส่วนล่างของใบหน้าไม่ให้หย่อนคล้อยตามวัยได้ดีขึ้น (ช่วยดึงตึงเนื้อบริเวณใต้คางหรือเหนียง) แต่หากเลือกซิลิโคนที่ใหญ่เกินไป เมื่ออายุมากขึ้นผิวหนังบางลง อาจเห็นขอบซิลิโคนชัดเจนจนดูไม่เป็นธรรมชาติ

เสริมคางด้วย "ฟิลเลอร์" กับ "ซิลิโคน" แบบไหนดีกว่ากัน ?

เจาะลึกเทคนิคการผ่าตัดซิลิโคน (แผลใน vs แผลนอก)

หากแนวโน้มเอียงไปทาง “ซิลิโคน” คนไข้จะต้องเลือกตำแหน่งแผล
ข้อดี: ไม่มีรอยแผลเป็นให้เห็นภายนอก 100% แพทย์สามารถวางซิลิโคนแนบสนิทกับกระดูกคางได้ง่าย
ข้อเสีย: ดูแลแผลยากกว่า ต้องงดอาหารรสจัด/ของหมักดอง บ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหารเพื่อป้องกันเศษอาหารติดแผล และมีความเสี่ยงติดเชื้อจากแบคทีเรียในน้ำลายสูงกว่าแผลนอก

แผลภายนอกปากใต้คาง (Submental Approach)
เป็นการเปิดแผลบริเวณผิวหนังใต้คาง ยาวประมาณ 1–1.5เซนติเมตร (หลบซ่อนอยู่ในรอยพับใต้คาง)
ข้อดี: ดูแลแผลง่ายมากเหมือนแผลผ่าตัดทั่วไป โอกาสติดเชื้อต่ำมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องการทานอาหาร และแพทย์สามารถเย็บตรึงซิลิโคนเข้ากับเนื้อเยื่อล็อกตำแหน่งได้แน่นหนา

เสริมคางด้วย "ฟิลเลอร์" กับ "ซิลิโคน" แบบไหนดีกว่ากัน ?

เทคนิคผสมผสาน" ทางเลือกใหม่เพื่อความเป๊ะ (Hybrid Approach)

เทคนิคผสมผสาน” ทางเลือกใหม่เพื่อความเป๊ะ (Hybrid Approach)

ในปัจจุบัน วงการแพทย์ความงามไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่อาจใช้ “การทำร่วมกัน” เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เช่น:
• ซิลิโคน + ฟิลเลอร์: คนไข้บางรายที่ผ่าตัดเสริมซิลิโคนมาแล้ว แต่อยากได้ความละมุน รอยต่อระหว่างซิลิโคนกับกรอบหน้าเดิมยังดูเป็นขอบชัดเจน แพทย์สามารถใช้ ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ฉีดแต่งบริเวณ “รอยต่อ” (Pre-jowl sulcus) เพื่อเบลนด์ให้คางและแนวกรามเชื่อมต่อกันอย่างเนียนกริบ

• ซิลิโคน/ฟิลเลอร์ + โบคาง : กล้ามเนื้อบริเวณคางของบางคนมีความตึงตัวสูง (สังเกตตอนพูดหรืออยู่เฉยๆ คางจะย่นเป็นผิวส้ม) การฉีดโบคลายกล้ามเนื้อตัวนี้ จะช่วยให้คางที่ฉีดฟิลเลอร์หรือเสริมซิลิโคนมา ดูพุ่งละมุน ไม่หดเกร็ง และช่วยยืดอายุฟิลเลอร์ไม่ให้ถูกกล้ามเนื้อบดขยี้จนสลายเร็วอีกด้วย

เสริมคางด้วย "ฟิลเลอร์" กับ "ซิลิโคน" แบบไหนดีกว่ากัน ?

หลังทำฉีดฟิลเลอร์คาง / หลังผ่าตัดเสริมซิลิโคนคาง

หลังทำฉีดฟิลเลอร์คาง

• ช่วง 1 – 3 วันแรก: อาจมีความรู้สึกตึงๆ บริเวณที่ฉีดเวลากลืนน้ำลายหรือขยับปาก และอาจมีรอยแดงจากเข็มหรือรอยช้ำเล็กๆ (เท่าจุดปากกา) ในบางเคส ซึ่งสามารถใช้คอนซีลเลอร์แต่งหน้ากลบได้ทันที
• วันที่ 5 – 7: ฟิลเลอร์เริ่มกลืนและผสานไปกับชั้นเนื้อเยื่ออย่างสมบูรณ์ ความตึงจะหายไป คางจะเริ่มนิ่มลงจนจับแล้วรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเราเองครับ

หลังผ่าตัดเสริมซิลิโคนคาง

• วันแรกหลังผ่าตัด: จะมีผ้าพันแผลหรือพลาสเตอร์ล็อกเวย์ปิดแน่นบริเวณคางเพื่อล็อกตำแหน่งซิลิโคนไม่ให้เคลื่อน อาการยาชาเริ่มหมดจะรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ แนะนำให้ประคบเย็นบ่อยๆ
• วันที่ 2 – 3 (ช่วงพีค): เป็นช่วงที่ “บวมช้ำมากที่สุด” หน้าจะดูอวบอิ่มช่วงล่าง หากทำแผลในปากจะเคี้ยวอาหารลำบาก ต้องทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนชิ้นเล็กๆ ที่ไม่ต้องเคี้ยวเยอะ
• วันที่ 4 – 5 (เริ่มยุบ): อาการบวมจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองช้ำและเริ่มยุบลงอย่างเห็นได้ชัด หลายคนเริ่มกลับไปทำงานเอกสารหรืองานที่ไม่ต้องใช้แรงได้ในชิ้นนี้ โดยใช้แมสก์ช่วยปกปิดรอยบวม
• วันที่ 7 – 14 (ตัดไหม): แพทย์จะนัดเข้ามาตรวจเช็กแผลและตัดไหม (ถ้าเป็นไหมไม่ละลาย) อาการบวมลดลงไปแล้วประมาณ 60-70% เริ่มเห็นรูปทรงคางใหม่คร่าวๆ แต่คางจะยังดูแข็งๆ ตึงๆ อยู่
• 1 – 3 เดือนขึ้นไป: ซิลิโคนจะรัดแกนสนิท กลืนเป็นเนื้อเดียวกับกระดูกคาง ทรงคางจะเข้าที่และดูเป็นธรรมชาติที่สุด

เสริมคางด้วย "ฟิลเลอร์" กับ "ซิลิโคน" แบบไหนดีกว่ากัน ?

การใช้ชีวิตและการดูแลตัวเอง (Lifestyle & Maintenance)

การใช้ชีวิตและการดูแลตัวเอง (Lifestyle & Maintenance)

การกิน:
ซิลิโคน (แผลใน): ต้องพิถีพิถันมากในช่วงสัปดาห์แรก งดของเผ็ด ของร้อน เพราะอาจระคายเคืองแผล และต้องบ้วนปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปากสูตรอ่อนโยนทุกครั้งหลังอาหารเพื่อความสะอาด

ฟิลเลอร์: สบายมาก ทานได้ตามปกติ เพียงแต่ช่วง 2 สัปดาห์แรกให้ งดการนั่งหน้าเตาหมูกระทะ ชาบู หรือเข้าซาวน่า เพราะความร้อนจัดอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วกว่ากำหนดในช่วงแรกครับ

การนอน:
ซิลิโคน: ในช่วง 1 เดือนแรก ต้องนอนหงายและหนุนหมอนสูง เท่านั้น ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำเด็ดขาด เพราะแรงกดทับจากหมอนอาจทำให้ซิลิโคนเบี้ยวเอียงก่อนที่มันจะรัดแกน
ฟิลเลอร์: แนะนำให้นอนหงายในช่วง 2-3 วันแรกเพื่อป้องกันไม่ให้เอามือไปกดโดนคางที่เพิ่งปั้นมา หลังจากนั้นนอนท่าไหนก็ได้ตามสะดวกครับ

มุมมองด้านจิตวิทยาและความมั่นใจ (Psychological Aspect)

ความยืดหยุ่น: ฟิลเลอร์ตอบโจทย์คนที่มีความ “ลังเล” สูง เพราะถ้าทำออกมาแล้วรู้สึกว่ายาวไป ไม่เข้ากับหน้า หรือแฟนทักว่าแปลกๆ สามารถเดินกลับไปให้หมอฉีดสลายออกได้ใน 5 นาที หน้าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมทันที

ความมั่นคง: ซิลิโคนตอบโจทย์คนที่ “ชอบความชัดเจน” ทำแล้วจบ ไม่ต้องคอยกังวลว่าปีหน้าคางจะหดลงไหม ไม่ต้องนัดคิวหมอเพื่อมาเติมทุกๆ ปี ให้ความรู้สึกสบายใจในระยะยาวมากกว่า

LINE
เกี่ยวกับเรา
ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผ่านการอบรมและมีใบรับรองจากหลายสถาบัน

ทีมแพทย์ของเรา

หมอ
หมอ

ดร.นพ.ธีรศักดิ์ แพทยาดิกุล
Dr.Teerasak Pattayadeekul

อาจารย์พิเศษ Dermatology and Regenerative medicine สำนักเวชศาสตรชะลอวัย ม.แม่ฟ้าหลวง / แพทย์ปริญญาเอก สาขา ผิวหนัง ศัลยกรรมผิวหนัง/เลเซอร์/ความงาม

  • Fellow in dermato surgery & LASER รามาธิบดี
  • Vissiting fellow dermatology Juntendo Dermatology & Dermatopathology.
  • MD.Msc.Phd in Dermatology / LASER / Aesthetic Surgery.
  • Fellow in LASER surgey and Facial plastic surgery Fort Lauaderdel Florida USA
  • Diploma of Hair Transplantation by Thai association and Academy of Cosmetic surgery and medicine
  • Diplomate American board hair transplsnt ( ABHRS)
หมอ

พญ.ทวีพร ตรีประภากร
Dr.Thaweeporn Treepraphakorn

แพทย์สาขาศัลยกรรมความงาม/เลเซอร์/ปลูกผม
แพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (ABHRS)

  • Fellowship in Cosmetic Surgery/ Korean  college of Cosmetic Surgery
  • Diplomate American Board of Hair Restoration  Surgery/ABHRS
  • International Board of Hair Restoration Surgery/ IBHRS
  • Certificate Hair transplantation By Korean Society of Hair Restoration Surgery
  • Member in association of Aesthetic Anti-aging Surgery,Thailand
  • Member of International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS)
  • Certificate Liposuction and Fat grafting by Korean college of Cosmetic Surgery
  • Master degree in Dermatology (MSc)
หมอ
หมอ

“ลานนาวดีคลินิก” คลินิกศัลยกรรมตกแต่งความงาม โดยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การันตีจบเฉพาะทางด้าน ศัลยกรรมความงาม (Cosmetic Surgery) จากอเมริกาและเกาหลี เทคโนโลยีอันทันสมัยครบวงจร เพื่อให้คุณได้สวยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างมั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์หลังเข้ารับบริการ

หมอ
หมอ

ไลน์

ช่องทางการติดต่อ

ลานนาวดีคลินิกมี 5 สาขาใกล้บ้านท่าน
ลานนา

สาขา โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
206/17 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Tel.053-230258 /062-3103799 /062-3103800

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

meda

สาขา เชียงใหม่
เลขที่ 574 ถนน เชียงใหม่-ลำปาง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา พัทยา
194/5-6 ถนนพัทยากลาง อำเภอางละมุง เทศบาลเมืองชลบุรี 20150

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา ภูเก็ต

92 54-55 ถ. เทพกระษัตรี ตำบล เกาะแก้ว เมืองภูเก็ต 83000 Tel.082-1037758

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

สาขากรุงเทพ

สาขา กรุงเทพ ดอนเมือง
161/6 ซอยวิภาวดีรังสิต 33 แขวงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
Tel.093-1315596

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.