ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ? | ลานนาวดีคลินิก
หมอ

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ?

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ? : ปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือหัวล้าน เป็นเรื่องที่บั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคน ปัจจุบันการ “ปลูกผมถาวร” ถือเป็นทางออกที่ได้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด และเมื่อคนไข้เข้ามาปรึกษาหมอ คำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้รับอยู่เสมอคือ “ปลูกผมแบบ FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร และควรเลือกทำแบบไหนดี?”

วันนี้ลานนาวดีคลินิกจะมาเคลียร์ชัดในมุมมองของแพทย์ เพื่อให้คุณเข้าใจและเลือกเทคนิคที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากที่สุดครับ

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ?

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร

การปลูกผมแท้ด้วยเทคนิค FUE และ FUT มีเป้าหมายเหมือนกันคือการย้ายรากผมที่แข็งแรงจากบริเวณท้ายทอย (Donor Area) ไปปลูกในจุดที่ต้องการ แต่จุดที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ “วิธีการนำรากผมออกมา” ซึ่งส่งผลต่อแผลเป็น ระยะเวลาพักฟื้น และจำนวนกราฟต์ที่ได้

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ?

เทคนิค FUT (Follicular Unit Transplantation)

เทคนิค FUT หรือที่เรียกกันว่า “แบบเย็บ” แพทย์จะทำการผ่าตัดเอาหนังศีรษะชิ้นยาวๆ บริเวณท้ายทอย (Strip Harvesting) ซึ่งเป็นบริเวณที่รากผมแข็งแรงที่สุดออกมา จากนั้นจะนำชิ้นส่วนนั้นไปส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อหั่นแยกออกมาเป็น กราฟต์ (Graft) หรือกอผมเล็กๆ ก่อนจะนำกลับไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ และทำการเย็บปิดแผลที่ท้ายทอยเข้าด้วยกัน

  • ลักษณะแผล: แผลเป็นเส้นขีดแนวยาวขนานไปกับท้ายทอย (Linear Scar) แต่ถ้าไว้ผมยาวปกติ เส้นผมจะลงมาบังแผลจนมองไม่เห็น

  • ข้อดี: อัตราการรอดของรากผมสูงมาก เพราะรากผมไม่บอบช้ำระหว่างแยกกอ สามารถทำจำนวนกราฟต์เยอะๆ ได้ดีในครั้งเดียว และไม่ต้องโกนผมด้านหลัง

  • ข้อเสีย: มีแผลเย็บยาว รู้สึกตึงแผลในช่วงแรก และใช้เวลาฟักฟื้นนานกว่าเล็กน้อย

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ?

เทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction)

เทคนิค FUE เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แพทย์จะใช้เครื่องมือเจาะพิเศษหัวเจาะขนาดเล็กมาก (Punch Incision) เจาะดึงเอาเกาะรากผม (Follicular Unit) ออกมาจากท้ายทอยทีละกอโดยตรง โดยไม่ต้องผ่าตัดหนังศีรษะออกมาเป็นชิ้นยาว แล้วนำกอผมเหล่านั้นไปปลูกในบริเวณที่ต้องการทันที

  • ลักษณะแผล: แผลจุดเล็กๆ (Dot Scars) กระจายตัวอยู่บริเวณท้ายทอย ซึ่งจะแห้งและตกสะเก็ดหายไปเองอย่างรวดเร็ว

  • ข้อดี: ไม่มีแผลเย็บยาว เจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวไวมาก เหมาะกับคนที่ชอบตัดผมสั้น สกินเฮด เพราะแผลจุดเล็กๆ จะมองเห็นได้ยากมาก

  • ข้อเสีย: ใช้เวลาในการทำนานกว่า (เนื่องจากต้องเจาะทีละกอ) และอาจจำเป็นต้องโกนผมหรือตัดผมสั้นในส่วนท้ายทอยเพื่อให้แพทย์ทำงานได้สะดวก

เทคนิคต่อยอดของ FUE ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน FUE ได้ถูกนำไปพัฒนาต่อเป็นเทคนิคเฉพาะที่หลายคลินิกนิยมใช้ เช่น:

DHI (Direct Hair Implantation): เป็นการเจาะรากผมแบบ FUE แต่ตอนปลูกจะใช้ปากกาเฉพาะทาง (Implanter) ปักและปลูกกราฟต์ลงไปในทีเดียว ช่วยควบคุมทิศทาง มุม และความลึกได้แม่นยำ แผลเล็กและช้ำน้อยกว่า

Non-Shaven FUE: เทคนิค FUE แบบไม่ต้องโกนผมท้ายทอย แพทย์จะใช้วิธีแหวกแล้วเจาะตัดเฉพาะเส้นผมที่จะใช้ เหมาะกับคนที่ต้องการปิดบังรอยแผลอย่างแนบเนียนตั้งแต่วันแรกหลังทำ

สรุปข้อแตกต่าง (FUE vs FUT) สำหรับช่วยตัดสินใจ

หัวข้อเปรียบเทียบเทคนิค FUEเทคนิค FUT
วิธีการเก็บรากผมเจาะกราฟต์ผมออกทีละกอผ่าตัดแบ่งชิ้นส่วนหนังศีรษะ
ลักษณะแผลหลังทำแผลจุดขนาดเล็กมาก กระจายทั่วท้ายทอยแผลเป็นเส้นขีดแนวยาว
ความรู้สึกหลังทำเจ็บน้อย ตึงแผลน้อยมากมีอาการตึงแผลเย็บในช่วงแรก
ระยะเวลาพักฟื้นเร็วมาก (1-3 วัน กลับไปทำงานปกติได้)ปานกลาง (รอตัดไหมประมาณ 7-14 วัน)
ทรงผมที่เหมาะหลังทำเหมาะกับทุกทรง รวมถึงผมสั้น/สกินเฮดเหมาะกับคนไว้ผมยาวเพื่อปิดแนวแผล
ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ?

ผู้ที่เหมาะสมในการปลูกผม

  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง
  • ผู้ที่มีปัญหาผมบาง
  • ผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้าน
  • ผู้ที่มีปัญหาหัวเถิก หัวล้านที่เกิดจากกรรมพันธุ์
  • ผู้ที่มีปัญหาผมด้านหน้าเว้าเป็นรูปตัวM
  • ผู้ที่อยากปรับกรอบหน้า ให้ได้สัดส่วนมากขึ้น

จากปัญหาและความต้องการของแต่ละคนนั้น มีการแก้ไขหลายวิธีตั้งแต่การใส่วิตามินเพื่อกระตุ้นให้ผมงอกขึ้นมาระดับหนึ่งไปจนถึงการปลูกผม  ในปัจจุบันวิธีที่แก้ปัญหาศีรษะล้านที่ได้ผลดีและใกล้เคียงที่สุด คือการนำเซลล์รากผมที่แข็งแรงบริเวณท้ายทอยย้ายมาไว้บริเวณที่มีปัญหา การปลูกผมวิธีนี้คนไข้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ไม่เจ็บ ข้อดีของวิธีนี้คือเส้นผมใหม่คือเส้นผมจริงของคนไข้ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ เป็นผมซึ่งเกิดจากเซลล์รากผมที่แข็งแรงและเมื่อร่วงไปแล้วก็กลับขึ้นใหม่ได้อีก สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจเช่นการว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ฯลฯ และหลังได้รับการปลูกย้ายเซลล์ผมแล้วจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา สามารถสระผม ตัดผม ย้อมผม ฯลฯ ได้เอง หรือตามร้านตัดผมทั่วๆไปได้

ปลูกผม คืออะไร?

การนำเซลล์รากผมที่แข็งแรงบริเวณท้ายทอยย้ายมาไว้บริเวณที่มีปัญหา การปลูกผมวิธีนี้คนไข้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ไม่เจ็บ ข้อดีของวิธีนี้คือเส้นผมใหม่คือเส้นผมจริงของคนไข้ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ

เป็นผมซึ่งเกิดจากเซลล์รากผมที่แข็งแรงและเมื่อร่วงไปแล้วก็กลับขึ้นใหม่ได้อีก สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจเช่นการว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ฯลฯ และหลังได้รับการปลูกย้ายเซลล์ผมแล้วจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา สามารถสระผม ตัดผม ย้อมผม ฯลฯ ได้เอง หรือตามร้านตัดผมทั่วๆไปได้ 

การปลูกผมคือการผ่าตัดขนาดเล็ก โดยนำรากผมจากที่หนึ่ง ที่อยู่บริเวณด้านหลังศรีษะหรือผมช่วงท้ายทอย บริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่เส้นผมมีความแข็งแรงที่สุดบนหนังศีรษะ ทำการแยกเฉพาะรากผมที่ต้องการ ซึ่งจะนำไปปลูกยังตำแหน่งที่มีปัญหาศีรษะล้าน ศีรษะเถิก ผมร่วง ผมบาง หรือในพื้นที่ที่ต้องการ

เมื่อทำการปลูกผมไปแล้วช่วงหนึ่ง เซลล์รากผมจะยึดติดกับเนื้อเยื่อรอบๆ เมื่อผมงอกใหม่จะมีความแข็งแรง สามารถขึ้นใหม่ได้เหมือนกับผมจริง

การเตรียมตัวก่อนปลูกผม

1. ลูกค้าควรงดรับประทานยา จำพวก วิตามินต่างๆ อย่างน้อย1-3 วัน ก่อนเข้ารับการปลูกผม
2. ในกรณีที่ลูกค้ามีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจ ฯลฯ ท่านจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนปลูกผม
3. แนะนำให้ลูกค้าตัดผมให้สั้น ก่อนเข้ารับการปลูกผม (หากไม่สะดวกให้แจ้งเจ้าหน้าที่)
4. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด 2-3 วัน ก่อนการปลูกผม
5. ถ้าท่านแพ้ยากรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบในวันที่เข้ารับการปรึกษาก่อนปลูกผม
6. ท่านจำเป็นต้องตรวจเลือด ก่อนการปลูกผมอย่างน้อย 3 วัน
7. ในวันปลูกผมแนะนำให้ท่านสวมเสื้อที่มีกระดุมด้านหน้า หรือเสื้อเชิตและ มีญาติมารับ-ส่ง (หากไม่สะดวกให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ ทางคลินิกมีบริการรับ-ส่ง)

การดูแลหลังจากปลูกผม

1.หลักปลูกผมห้ามให้แผลโดนน้ำในระยะเวลา 24 ชั่วโมงแรก
2.หลังปลูกผมห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ ควรนอนด้วยหมอนรูปตัวยู หนุนหรือคอราบนอนยกศีรษะสูง
3.งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
4.ลดการสูบบุหรี่ลง เนื่องจากบุหรี่จะเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตและการงอกของเซลล์รากผม
5.งดออกกำลังกายหนัก หรืองดกีฬาที่มีการปะทะประมาณ 2 สัปดาห์
6.งดว่ายน้ำ และซาวน่า เป็นเวลา 1 เดือน
7.เลี่ยงการตากแดดเป็นเวลานานๆ หรือหากต้องออกกลางแจ้ง ควรรัดด้วยผ้าคลุมศีรษะด้วย
8.หลังปลูกผมห้ามแกะ เกา หรือเอามือสัมผัสบริเวณที่ปลูกผม หากรู้สึกคันให้นำทิชชู่ที่สะอาดวางทับแล้วกดตรงที่คันเบาๆ
9.หลังปลูกผม สามารถสระผมได้ตามปกติ โดย 1 เดือนแรกใช้เป็นแชมพูอ่อน หรือแชมพูเด็กก่อน
10.ห้ามแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด! ให้สะเก็ดแผลหลุดเองโดยธรรมชาติ หรือให้ทางทีมแพทย์เป็นผู้แกะสะเก็ดให้
11.งดรับประทานอาหารที่เป็นของแสลง หรือของหมักดอง เพื่อไม่ให้แผลปลูกผมอักเสบ
12.ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ?

มุมมองจากแพทย์ลานนาวดีคลินิก:

ไม่มีเทคนิคไหน “ดีที่สุด” มีแต่เทคนิคที่ “เหมาะสมกับคนไข้มากที่สุด”

  • ถ้าคนไข้มีพื้นที่ไข่ดาวกว้าง ต้องการจำนวนกราฟต์มากๆ ในคราวเดียว และปกติไว้ผมยาวอยู่แล้ว เทคนิค FUT จะคุ้มค่าและให้ความสมบูรณ์ของรากผมสูง

  • แต่ถ้าคนไข้กลัวแผลเย็บ อยากฟื้นตัวไว ต้องรีบกลับไปทำงาน หรือชอบตัดผมสั้น เทคนิค FUE จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ดีกว่าครับ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ามาตรวจความหนาแน่นของเส้นผมท้ายทอย และประเมินพื้นที่ที่ต้องการปลูกร่วมกับแพทย์ เพื่อออกแบบแนวไรผม (Hairline) ให้รับกับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

รีวิวปลูกผม ลานนาวดีคลินิก​

ปลูกผมที่ไหนดี 2023

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ?เชียงใหม่

ปลูกผมทที่ไหนดี ปลูกเชียงใหม่2023

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ?

 

ปลูกผมที่ไหนดี รีวิว

ปลูกผมที่ไหนดี ปลูกผมราคาเท่าไร โดยแพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (American Board Hair Transplant)

ปลูกผมดีไหม รีวิว

ปลูกผมเทคนิค FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร ?

หาที่ปลูกผม

รีวิวปลูกผม

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

ปลูกผมราคา 2566

ปลูกผมที่ไหนดี ปลูกผมเชียงใหม่

ปลูกผมที่ไหนดี ลานนาวดีคลินิก

ปลูกผม fue

ปลูกผมที่ไหนดี ปลูกผม fue

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

ปลูกผมที่ไหนดี ปลูกผมผู้หญิง

ปลูกผมที่ไหนดี ปลูกผมผู้หญิง

ปลูกผมที่ไหนดี ปลูกผมผู้หญิง 2023

ปลูกผมที่ไหนดี ปลูกผมผู้ชาย

ปลูกผมที่ไหนดี ค่าใช้จ่าย

ปลูกผมเชียงใหม่ที่ไหนดี ปลูกผมผู้หญิง

ปลูกผมที่ไหนดี

ปลูกผมที่ไหนดี

ปลูกผมที่ไหนดี fue

ปลูกผมที่ไหนดี รีิวปลูกผม

รีวิวปลูกผม

ปลูกผม

ปลูกผมที่ไหนดี2

ปลูกผมถาวร เชียงใหม่

ปลูกผมที่ไหนดีปลูกผมไม่ต้องผ่าตัดเชียงใหม่

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

 ปลูกผมที่ไหนดี ไร้รอยแผลเป็น

รีวิวปลูกผมที่ไหนดี

รีวิวปลูกผม

ปลูกผมที่ไหนดี2023ปลูกผมผู้ชาย

ปลูกผมที่ไหนดี

รีวิวปลูกผมผู้ชาย
LINE
เกี่ยวกับเรา
ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผ่านการอบรมและมีใบรับรองจากหลายสถาบัน

ทีมแพทย์ของเรา

หมอ
หมอ

ดร.นพ.ธีรศักดิ์ แพทยาดิกุล
Dr.Teerasak Pattayadeekul

อาจารย์พิเศษ Dermatology and Regenerative medicine สำนักเวชศาสตรชะลอวัย ม.แม่ฟ้าหลวง / แพทย์ปริญญาเอก สาขา ผิวหนัง ศัลยกรรมผิวหนัง/เลเซอร์/ความงาม

  • Fellow in dermato surgery & LASER รามาธิบดี
  • Vissiting fellow dermatology Juntendo Dermatology & Dermatopathology.
  • MD.Msc.Phd in Dermatology / LASER / Aesthetic Surgery.
  • Fellow in LASER surgey and Facial plastic surgery Fort Lauaderdel Florida USA
  • Diploma of Hair Transplantation by Thai association and Academy of Cosmetic surgery and medicine
  • Diplomate American board hair transplsnt ( ABHRS)
หมอ

พญ.ทวีพร ตรีประภากร
Dr.Thaweeporn Treepraphakorn

แพทย์สาขาศัลยกรรมความงาม/เลเซอร์/ปลูกผม
แพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (ABHRS)

  • Fellowship in Cosmetic Surgery/ Korean  college of Cosmetic Surgery
  • Diplomate American Board of Hair Restoration  Surgery/ABHRS
  • International Board of Hair Restoration Surgery/ IBHRS
  • Certificate Hair transplantation By Korean Society of Hair Restoration Surgery
  • Member in association of Aesthetic Anti-aging Surgery,Thailand
  • Member of International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS)
  • Certificate Liposuction and Fat grafting by Korean college of Cosmetic Surgery
  • Master degree in Dermatology (MSc)
หมอ
หมอ

“ลานนาวดีคลินิก” คลินิกศัลยกรรมตกแต่งความงาม โดยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การันตีจบเฉพาะทางด้าน ศัลยกรรมความงาม (Cosmetic Surgery) จากอเมริกาและเกาหลี เทคโนโลยีอันทันสมัยครบวงจร เพื่อให้คุณได้สวยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างมั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์หลังเข้ารับบริการ

หมอ
หมอ

ไลน์

ช่องทางการติดต่อ

ลานนาวดีคลินิกมี 5 สาขาใกล้บ้านท่าน
ลานนา

สาขา โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
206/17 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Tel.053-230258 /062-3103799 /062-3103800

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

meda

สาขา เชียงใหม่
เลขที่ 574 ถนน เชียงใหม่-ลำปาง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา พัทยา
194/5-6 ถนนพัทยากลาง อำเภอางละมุง เทศบาลเมืองชลบุรี 20150

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา ภูเก็ต

92 54-55 ถ. เทพกระษัตรี ตำบล เกาะแก้ว เมืองภูเก็ต 83000 Tel.082-1037758

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

สาขากรุงเทพ

สาขา กรุงเทพ ดอนเมือง
161/6 ซอยวิภาวดีรังสิต 33 แขวงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
Tel.093-1315596

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.