ดึงหน้า กับ ทำเครื่องยกกระชับ (Ulthera / HIFU) แตกต่างกันอย่างไร ?
ดึงหน้า กับ ทำเครื่องยกกระชับ (Ulthera / HIFU) แตกต่างกันอย่างไร ? เลือกแบบไหนดี ? : หากกำลังเลือกระหว่าง การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) กับ การทำเครื่องยกกระชับ เช่น Ulthera หรือ HIFU คำตอบคือ ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย อายุ งบประมาณ และผลลัพธ์ที่ต้องการ แตกต่างกันที่ “ระดับความหย่อนคล้อย” และ “ผลลัพธ์” กลุ่มเครื่องยกกระชับ: เหมาะกับคนที่ผิวหย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลาง ไม่อยากมีแผล ไม่ต้องพักฟื้น แต่ต้องทำซ้ำทุก 1-2 ปี
การผ่าตัดดึงหน้า: เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก มีผิวหนังส่วนเกินที่ห้อยลงมาเด่นชัด (ซึ่งเครื่องยกกระชับไม่สามารถตัดผิวหนังส่วนเกินออกได้) ทำครั้งเดียวจบ ผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้ยาวนานกว่ามาก
ดึงหน้า กับ ทำเครื่องยกกระชับ Ulthera / HIFU
การเปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดดึงหน้า และกลุ่มเครื่องยกกระชับ กลไกการทำงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
การเปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดดึงหน้า และกลุ่มเครื่องยกกระชับ กลไกการทำงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
1. การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift): เป็นการผ่าตัดเปิดผิวหนังเพื่อเข้าไปขึงตึงชั้น SMAS (โครงสร้างผิวหลักที่ใช้ดึงหน้า) ให้เรียบตึงขึ้น จากนั้นหมอจะ “ตัดผิวหนังส่วนที่เกินและห้อยกองออกจริงๆ” แล้วเย็บปิดแผล จึงแก้ปัญหาหน้าห้อยได้อย่างเด็ดขาด
2. กลุ่มเครื่องยกกระชับ (Ulthera / Thermage / HIFU): เป็นการส่งพลังงานความร้อน (คลื่นเสียงหรือคลื่นวิทยุ) ผ่านผิวชั้นบนลงไปกระตุ้นให้ชั้น SMAS และคอลลาเจนใต้ผิวเกิดการหดตัวและสร้างใหม่ ผิวจึงค่อยๆ แน่นและยกขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยไม่มีการผ่าตัดหรือตัดผิวหนังส่วนเกินออกแต่อย่างใด
| หัวข้อ | ดึงหน้า (Facelift) | Ulthera / HIFU |
|---|---|---|
| วิธีรักษา | ผ่าตัดดึงผิวและชั้น SMAS | ใช้คลื่นอัลตราซาวด์กระตุ้นคอลลาเจน |
| ระดับการยก | ⭐⭐⭐⭐⭐ มากที่สุด | ⭐⭐–⭐⭐⭐ เล็กน้อยถึงปานกลาง |
| เหมาะกับ | ผิวหย่อนคล้อยมาก | ผิวเริ่มหย่อนถึงปานกลาง |
| เห็นผล | เห็นทันทีหลังฟื้นตัว | ค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2–3 เดือน |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | 7–10 ปี หรือมากกว่า | ประมาณ 1–2 ปี |
| พักฟื้น | 2–4 สัปดาห์ | แทบไม่ต้องพักฟื้น |
| มีแผล | มี | ไม่มี |
| ราคา | สูงกว่า | ต่ำกว่าการผ่าตัด |
ผลลัพธ์และระยะเวลาความคุ้มค่า
ผลลัพธ์และระยะเวลาความคุ้มค่า
• การผ่าตัดดึงหน้า: เห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและก้าวกระโดด สามารถย้อนวัยให้ใบหน้าดูเด็กลงได้ถึง 10-15 ปีทันทีหลังทำ และผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ได้ยาวนาน 5-10 ปีขึ้นไป ทำครั้งเดียวจบในระยะยาว
• กลุ่มเครื่องยกกระชับ: ผลลัพธ์จะค่อยๆ แสดงผลใน 1-3 เดือน ผิวจะดูตึง อิ่มฟู และกรอบหน้าชัดแบบเป็นธรรมชาติ (ไม่เปลี่ยนโครงสร้างหน้า) แต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปี (ขึ้นอยู่กับเครื่องที่เลือก) ทำให้ต้องคอยกลับมาทำซ้ำเรื่อยๆ เพื่อคงสภาพผิว
ความเจ็บ และการพักฟื้น
ความเจ็บ และการพักฟื้น
• การผ่าตัดดึงหน้า: ต้องดมยาสลบหรือฉีดยาชา เจ็บปวดและมีอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดค่อนข้างมาก จำเป็นต้องมีเวลาพักฟื้นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ และต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่าใบหน้าจะเข้าที่อย่างสมบูรณ์
• กลุ่มเครื่องยกกระชับ: เจ็บปวดปานกลาง (เจ็บสะกิดอุ่นๆ ใต้ผิวหนังขณะทำ ซึ่งใช้ยาชาช่วยบรรเทาได้) ไม่มีแผลใดๆ บนใบหน้า และไม่ต้องพักฟื้นเลย ทำเสร็จแล้วสามารถแต่งหน้า ออกไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือกลับไปทำงานได้ทันที
การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีหรือหัตถการยกกระชับหน้า
การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีหรือหัตถการยกกระชับหน้า มี 4 ข้อแนะนำสำคัญ ที่ช่วยให้คุณเลือกได้ตอบโจทย์ ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด ดังนี้
1. ประเมินจาก “เนื้อผิว” เป็นหลัก ไม่ใช่แค่อายุ
หลายคนมักยึดติดว่าอายุเท่านี้ต้องทำเครื่อง หรืออายุเท่านั้นต้องผ่าตัด แต่ในความเป็นจริง “สภาพผิวและปริมาณไขมัน” เป็นตัวกำหนดที่แม่นยำกว่าครับ
• ถ้าจับแก้มแล้วเนื้อเหลว มีไขมันเยอะ ผิวหนา: กลุ่มเครื่องยกกระชับ (โดยเฉพาะ Thermage ที่ช่วยสลายไขมันร่วมด้วย) หรือการสลายไขมันก่อน จะตอบโจทย์กว่า เพราะหากข้ามไปผ่าตัดดึงหน้าเลยโดยไม่จัดการไขมัน ใบหน้าอาจจะดูตึงแต่แน่นจนบวมอูม ไม่เป็นธรรมชาติ
• ถ้าจับแล้วผิวบาง ฝ่อตัว มีหนังย้วยๆ ห้อยลงมา: หากผิวฝ่อขาดวอลลุ่ม การยิงเครื่องอย่างเดียวอาจเห็นผลน้อย อาจต้องผสมผสานการเติมฟิลเลอร์เพื่อพยุงผิว หรือถ้าหนังย้วยมากจริงๆ การผ่าตัดดึงหน้าเพื่อตัดหนังส่วนเกินออกจะเป็นทางออกเดียวที่เห็นผลชัดเจน






